posttoday
ยิ่งใจเย็นยิ่งไปได้เร็ว

ยิ่งใจเย็นยิ่งไปได้เร็ว

03 มิถุนายน 2561

คุณรู้หรือไม่ว่าค่าเฉลี่ยความเร็วบนท้องถนนกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ในชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ที่เท่าไร

โดย ดาบบุญ

คุณรู้หรือไม่ว่าค่าเฉลี่ยความเร็วบนท้องถนนกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ในชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ที่เท่าไร

เมืองฟ้าอมรอันอุดมไปด้วยหมู่คน ตึกราม และรถราจำนวนมหาศาลหลายล้านคัน เช้าและเย็นในช่วงเวลาที่รถคลาคล่ำบนท้องถนนมากที่สุด คำตอบจากคำถามข้างบนของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร พบว่าช่วงเช้าความเร็วที่ทำได้ช้าที่สุดอยู่ที่เส้นทางกรุงธนบุรี-สุรศักดิ์ ค่าเฉลี่ยแค่ 5.8 กิโลเมตร (กม.)/ชม.

ขณะที่ความเร็วสูงสุดค่าเฉลี่ยอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต นับจากย่านหลักสี่มุ่งสู่ทางด่วนดินแดง ความเร็วอยู่ที่ 33.6 กม./ชม. และเส้นทางอื่นๆ ในขาเข้าเมืองช่วงเช้า และขาออกเมืองในช่วงเย็น ก็รวมค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 กม./ชม.เท่านั้น

แม้ดาบบุญเห็นข้อมูลครั้งแรกก็อุทานในใจว่าทำไมความเร็วถึงช้าลงอย่างมาก เพราะจำได้แม่นว่าเมื่อราว 2 ปีก่อนได้คุยกับนายตำรวจที่ดูแลสภาพคล่องการจราจรผ่านการติดตามมอนิเตอร์ของกองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. ก็ยังเห็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20 กม./ชม. และแม้จะมีการก่อสร้างพัฒนาอะไรที่มากหลายก็ไม่น่าจะทำให้ความเร็วต่ำลงถึงเพียงนี้

เห็นตัวเลขที่น่าตกใจจึงต้องวิ่งหาคำตอบว่าทำไม และคำตอบจากนายตำรวจที่ดาบบุญได้เข้าไปพูดคุยก็ทำให้เห็นภาพว่าแม้จำนวนรถจะมากมายในชั่วโมงเร่งด่วน แต่การจัดการบริหารการจราจรด้วยเทคโนโลยี กำลังคนในชั่วยามนี้ก็ยังพออำนวยความสะดวก และสร้าง “การไหลลื่น” บนท้องถนน กทม.ได้พอสมควร

แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาทุกวันนี้เกิดขึ้นจาก “วินัย” ของคนขับขี่ที่ยังน้อย หรือบางคนนี่แทบจะไม่มีเลยด้วย และผลของวินัยที่น้อยนี่แหละหนานำพามาสู่การจราจรที่ติดขัด

แม้จะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะรถก็มีมากมหาศาลเกินกว่าที่ท้องถนน กทม.จะรองรับได้ แต่เรื่องของวินัยก็มีส่วนที่เป็นสาเหตุของรถติด เพราะหลายครั้งบนท้องถนน “เรา” เอาความมักง่าย หรือคิดเพียงแค่ว่า “เอาน่า นิดเดียวผ่าไฟแดงคงไม่เป็นไร” หรือแม้แต่ “ไม่ต้องเสียเวลากลับรถไกลหรอก ย้อนศรเอาตรงนี้ดีกว่า ใกล้ๆ” ความคิดที่นำไปสู่การปฏิบัติมันก็ทำให้ปัญหาเกิดตามมา เพราะต้องไม่ลืมว่าด้วยจำนวนรถที่มหาศาลอย่างที่บอกย้ำอยู่บ่อยครั้ง หากมีอุบัติเหตุชนกัน สะกิดกัน หรือแค่เฉี่ยวชนกันเพียงแค่นิดเดียว

บนท้องถนนก็เตรียมรถติดลากยาวเป็นชั่วโมงกันได้เลย

หรือแม้แต่การเบียดปาดกันเล็กน้อยก็ไม่ต่างกัน เพราะการชะงักของกระแสจราจรที่บางครั้งต้องเร่งระบายรถ ตำรวจวางแผนมาดิบดีว่าเปิดช่องไหนก่อนหลัง ระงับช่องไหนไว้ก่อนเพื่อระบายรถ แต่หากเจอพวกปาดเบียดแทรก การจราจรก็ไม่ไหลลื่นและต้องชะงัก

รถติดก็นำพามาซึ่งความหงุดหงิด การไม่ยอมกันจึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง อารมณ์ร้อนก็ยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงมากยิ่งขึ้น ดาบบุญเคยพูดเรื่องนี้เอาไว้บ่อยครั้ง แต่ก็ต้องขอพูดอีกครั้งว่าความมักง่าย หรือการไร้ซึ่งวินัยของการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน มันสร้างบาดแผลและความเสียหายมากอย่างหนักบนท้องถนน

แน่นอนครับว่าเราจะหวังพึ่งพาให้ตำรวจจราจรมาช่วยมาระบายการจราจรบนท้องถนนเพื่อเพิ่มความเร็วในชั่วโมงเร่งด่วน หรือชั่วโมงปกติเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะลำพังตำรวจจราจรก็งานยุ่ง คนน้อย การแก้ปัญหาด้วยตัวผู้ขับและผู้ขี่เองนี่แหละจะช่วยเพิ่มความเร็วบนท้องถนนได้ด้วยเช่นกัน

เพียงแต่มีสติ เคารพกติกาของสังคมร่วมกัน ไม่มักง่าย ใช้รถใช้ถนนอย่างเคารพระหว่างกัน มันก็จะช่วยให้การจราจรมันไหลลื่นได้

ไม่เชื่อก็ลองดูหน่อยสิครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท