อ่อนแอก็แพ้ไป

  • วันที่ 22 พ.ค. 2561 เวลา 10:18 น.

โดย...แสงตะเกียง 

ปัญหาการเดินทางของคนกรุงเทพมหานคร ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่นับวันจะยิ่งยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากถนนหนทางคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล หนาแน่นเบียดเสียดติดขัดนานหลายชั่วโมง สั่งสมจนกลายเป็นโรคเครียดได้ง่ายๆ

แม้จะหันหน้าไปเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่มีอยู่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการ นั่นเป็นเพราะระบบขนส่งสาธารณะไม่เชื่อมโยงถึงรูปแบบขนส่งอื่นๆ ในยุคที่คนเมืองต้องการความสะดวกรวดเร็วแข่งกับเวลา

ส่วนสภาพอากาศของประเทศร้อนอบอ้าว คงเป็นเรื่องบ้าบิ่นมากหากจะให้เลือกปั่นจักรยานไปทำงาน ก็ดูจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน ถูกรถยนต์ รถจักรยานยนต์มองเหมือนแมลงเกะกะถนน และไม่มีใครอยากสูดดมควันพิษให้หน้าดำ เหงื่อท่วมกาย เดินเข้าที่ทำงานทักทายกับผู้คนยามเช้า

ขออภัยที่ต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ แต่มันคือเรื่องจริงที่ชีวิตคนกรุงไม่ได้วิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์

ดังนั้น จึงมีประชาชนส่วนหนึ่งตัดสินใจเลือกใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือ “วินมอเตอร์ไซค์” ที่มีความสะดวก รวดเร็วมากกว่าบริการรถสาธารณะอื่นๆ

กระนั้นต้องยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมาพฤติกรรมการให้บริการของวินจักรยานยนต์รับจ้างบางจำพวกไม่เหมาะสม เช่น ขับย้อนศร ขับขี่บนทางเท้า ราคาค่าจ้างแพง บางครั้งขอขึ้นราคาอีก 5-10 บาท อ้างเหตุผลผู้โดยสารตัวอ้วน เสื้อกั๊กแพงที่สุดในโลกมูลค่ามหาศาล ใช้รถป้ายขาวรับส่งก็มีให้เห็น ตั้งจุดจอดวินกีดขวางทางเท้า ไปจนถึงข้อสังเกตว่าเป็นกลุ่มมาเฟียเจ้าถิ่น เพราะถูกตีกรอบห้ามรับผู้โดยสารนอกเขตโดยเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนอาจเดือดร้อน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่พฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความอึดอัดใจของคนจำนวนมากในสังคมโซเชียล ซึ่งไปหาอ่านได้เต็มไปหมดว่าเขาวิพากษ์กันอย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อหลาย 10 ปีที่ผ่านมาจุดเริ่มต้นของวินรถจักรยานยนต์ไม่ต่างจากแกร็บไบค์ ที่อยู่ๆ ก็ค้นพบว่าใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัวป้ายทะเบียนสีขาวออกมาวิ่งหารายได้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว และเมื่อธุรกิจจ้างรับ-ส่งผู้โดยสารเริ่มเฟื่องฟู หน่วยงานรัฐจึงต้องเข้ามากำหนดรูปแบบเฉพาะรถจักรยานยนต์ให้บริการสาธารณะ จึงเป็นที่มาของป้ายเหลืองและเสื้อกั๊กวินมาจนถึงทุกวันนี้

ขณะที่ธุรกิจแกร็บไบค์ ใช่ว่าจะเข้ามาทำอย่างถูกกฎหมายของประเทศไทย 100% เห็นจะมีข้อดีเพียงไม่กี่ข้อคือ ราคาถูกกว่าและเรียกใช้บริการได้ง่าย ถือเป็นธุรกิจที่มาพร้อมเทคโนโลยีแอพพลิเคชั่น ถึงกระนั้นไม่มีอะไรยืนยันว่าผู้ขับแกร็บไบค์จะเคารพกฎหมายจราจรหรือดีเลิศไปกว่าวินรับจ้างทั่วไปสักเท่าไหร่นัก

เรื่องนี้จึงกลายเป็นกรณีสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมการขนส่งทางบกต้องเร่งเข้ามากำหนดกรอบให้มีมาตรฐานเดียวกัน อย่าปล่อยให้เชื่องช้าปัญหาบานปลายอยู่แบบนี้ ไม่เช่นนั้นผู้คนจะทะเลาะกัน 

อย่างไรก็ตาม หากวินเห็นว่าการกระทำของแกร็บไบค์ป้ายขาวผิด สามารถร้องเรียนไปที่กรมการขนส่งทางบกได้ แต่ไม่มีสิทธิไปบังคับกีดกันให้ใครเลือกใช้บริการของตัวเองเท่านั้น หรือทำร้ายร่างกายคนขับรถจักรยานยนต์ที่เขาอยากมีอาชีพเสริมบ้าง สิ่งเดียวที่วินทำได้คือปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าดีจริงผู้คนจะกลับมาเลือกใช้กันเอง อย่ากีดกันการแข่งขันทางธุรกิจด้วยการยกพวกประท้วง หากเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายผู้ที่อ่อนแอก็ต้องพ่ายแพ้ไปเป็นธรรมดาสากลโลก