ด้านมืดออนไลน์

วันที่ 18 พ.ค. 2561 เวลา 10:11 น.
โดย...มะกะโรนี 

วิถีชีวิตประจำวันของเรานั้นพึ่งพา ฝากฝังไว้กับอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทุกที หลายสิ่งเติบโตปรับเปลี่ยนกันได้รวดเร็วรายนาที โลกยุคใหม่ถาโถมสยายเครือข่ายไปทุกที่กลายเป็นสิ่งที่เราควรตระหนักว่า หากสังคมยุคปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์ อาชญากรหรือมิจฉาชีพก็มักจะขยับตามไปหาโอกาสและปรับตัวให้กลายเป็นพื้นที่หากินได้เช่นกัน

มีรายงานว่า ภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ในยุคปัจจุบันนั้น เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลายเท่าตัว ปัจจุบันคนไทยใช้เวลาต่อวันอยู่กับอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลกจากทุกอุปกรณ์ เฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 10 ชั่วโมง/วัน เฟซบุ๊กยังคงเป็นโซเชียลมีเดียยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทย พื้นที่กรุงเทพมหานครใช้งานมากที่สุดในประเทศ

เมื่อเป็นเช่นนั้น อาชญากรรมทางโซเชียลมีเดียที่ถูกใช้งานมากที่สุดก็ย่อมผ่านเฟซบุ๊กมากที่สุดตามไปด้วย

รูปแบบที่อาชญากรนิยมก็คือ สร้างเฟซปลอมแชตหาเพื่อนหลอกยืมเงิน ขายสินค้า หางาน แชร์ออนไลน์ ประมูลสิ่งของมีค่า ปลอมเป็นผู้ที่กำลังเดือดร้อนหรือองค์กรการกุศลขอรับบริจาคช่วยเหลือ

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย บันทึกสถิติล่าสุดเกี่ยวกับการทำความผิดออนไลน์เฉพาะของปี 2561 ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.ที่ผ่านมาพบมีการฉ้อฉลหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ แล้วจำนวน 235 ครั้ง เทียบกับทั้งปี 2560 พบเพียง 841 ครั้ง การบุกรุกหรือเจาะระบบ เกิดขึ้นแล้วจำนวน 132 ครั้ง เทียบกับทั้งปี 2560 เกิดขึ้น 570 ครั้ง โปรแกรมไม่พึงประสงค์ เกิดขึ้นจำนวน 33 ครั้ง เทียบกับทั้งปี 2560 พบว่ามี 271 ครั้ง

นอกเหนือจากที่กล่าวมา ยังพึงระวังด้วยว่าความสะดวกรวดเร็วในโลกออนไลน์ ไม่เพียงแต่หนุนนำให้มิจฉาชีพและอาชญากรล้ำสมัยขึ้น แต่ยังสร้างอุปนิสัยละเลยสิ่งละเอียดอ่อนที่ควรใส่ใจให้กับเราๆ ท่านๆ อีกด้วย

โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กหลายคน โพสต์เรื่องส่วนตัวหรืออารมณ์ความรู้สึกโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ การตั้งสถานะเพื่อแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา หรือบ่นอะไรสักอย่างหนึ่ง จนหลงลืมไปว่ามีใครที่เห็นหรืออ่านข้อความหรือเรื่องราวดังกล่าวบ้าง ก็กลายเป็นการถูกตัดสิน กลายเป็นเครื่องมือตีตราบุคลิกภาพไปได้ในที่สุด

แน่นอนว่า ในอนาคตบุคลิกภาพในเฟซบุ๊ก ย่อมกลายเป็นเครื่องมือในการคัดกรองเพื่อนด้วยมุมมองที่คับแคบ ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัญหาใหม่ที่โยงระยางไปสู่ปัญหา หรือกระทั่งภัยมืดอื่นๆ ได้อีกมากมาย

ทฤษฎีความสัมพันธ์ 6 ขั้นในโลกออนไลน์ที่ลดลง เหลือเพียง 4.74 ขั้นนั้น นอกจากทำให้โลกแคบลงแล้ว อาจจะหมายถึงโอกาสในการนำปัญหามาให้ผู้ที่ขาดความยั้งคิดได้เร็วขึ้นและสั้นลงอีกด้วย

โปรดอย่าหลงลืมว่า ทุกอักขระที่คุณพิมพ์ลงไปในโลกโซเชียล จากการโพสต์ หรือการค้นหา และทุกการคลิกของคุณ ไม่ว่าคุณจะไปกดไลค์หรือรีทวีตหรืออะไรก็ตาม ผู้ให้บริการจะจดจำข้อมูลของคุณไว้ วันนี้เขาได้แสดงให้คุณเห็นแล้วว่า สามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นแทรกโฆษณาสินค้าให้เข้ากับบุคลิกหรือไลฟ์สไตล์ของคุณได้ ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตจะถูกใช้ทำอะไรได้อีก

โปรดอย่าหลงลืมว่า สังคมออนไลน์ คือสังคมเสรี ที่บรรณาการให้ทุกคนจะมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง รวดเร็ว แต่ทุกคำพูดและการกระทำที่ไม่เหมาะสมก็กลายเหตุในการฟ้องร้องมาแล้วมากมาย