เจ้าถนนช่วงสงกรานต์

วันที่ 18 เม.ย. 2561 เวลา 09:15 น.
โดย...กาคาบข่าว

สงกรานต์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงวันที่ 12-15 เม.ย.เป็นช่วงพีก ซึ่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองออกมาบอกเองว่า ทั่วประเทศตรวจพบรถจักรยานยนต์ทำผิดถึงกว่า 2.4 แสนครั้ง ดำเนินคดีรถจักรยานยนต์กระทำผิดถึง 164,584 ราย

ตัวเลขที่ว่านี้ เมื่อผนวกกับภาพที่หลายคนได้สัมผัสด้วยตัวเองจากช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาและคลิปการรวมตัวกระทั่งถึงกับปิดถนนของบรรดานักบิดวัยโจ๋ที่เห็นจากสื่อออนไลน์ ซึ่งเรารู้จักกันดีในชื่อ เด็กแว้น ทั้งหมดสะท้อนชัดว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องเรื้อรังที่นอกจากจะยังไม่มีรัฐบาลไหนแก้ไขได้แล้ว ยังกลายเป็นปัญหาที่ลุกลามจนน่าเป็นห่วง

ปัญหานี้ยิ่งเติบโตขึ้นเพราะมีหลายปัจจัยหนุนนำ รวมถึงยังเป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงปัญหานัก ขณะเดียวกันสภาพสังคมซึ่งแข่งขันกันอย่างดุเดือด เกิดความเหลื่อมล้ำ ทอดทิ้งกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้ต้องปากกัดตีนถีบอยู่ในชายขอบของสังคม ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งสำคัญให้ปัญหานี้ขยายตัวหนักขึ้น

ที่ผ่านมา มีงานวิจัยที่ระบุว่า พบเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่วงการอายุน้อยลงทุกที อายุเพียง 13-14 ปี ก็สามารถเข้าสู่วงการได้ เพราะสามารถเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ได้ง่าย เมื่อมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง โอกาสในการเข้าร่วมกับกลุ่มต่างๆ ก็ตามมา เพราะเป็นโอกาสที่หาได้ง่าย จากร้านแต่งรถ หรือเพื่อนในชุมชน

นอกจากนี้ การรวมกลุ่มยังสามารถหาโอกาสได้ง่ายจากโลกออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันนับเป็นช่องทางสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลนัดแนะกันรวมกลุ่มในที่ต่างๆ หรือกระทั่งเผยแพร่คลิปวีรกรรมท้าทายกฎหมาย

เด็กกลุ่มนี้ยังมีความสามารถหาวิธีหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยสืบหาข่าวและข้อมูลก่อนการปิดล้อมจับกุม จากคนรู้จักหรือลูกหลานตำรวจที่สังกัดแก๊งแว้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คอยแจ้งข้อมูลให้หลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ผ่านทางเครือข่ายโซเชียลมีเดีย

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตขึ้น ก็คือ นโยบายในการจัดการปัญหาอ่อนแอเกินไป ที่ผ่านมาพบว่าขั้นตอนปฏิบัติและวิธีจับกุมยังขาดมาตรการและวิธีการที่ชัดเจน ขาดกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์และรถจับกุมของเจ้าหน้าที่ล้าสมัย

ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหาความไม่พร้อมของอุปกรณ์จับกุม และที่สำคัญคือ ข้อกฎหมาย ยังขาดความชัดเจน และมีบทลงโทษที่เบา จนเป็นที่ทราบกันดีในหมู่เด็กกลุ่มนี้ และนำไปถ่ายทอดกันรุ่นต่อรุ่น ว่าไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว

แม้เจ้าหน้าที่จะออกมาคาดโทษว่าหากถูกจับกุม จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ข้อหาขับรถแข่งในทางสาธารณะ มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000-1 หมื่นบาท พร้อมเอาผิดดำเนินคดีกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้บุตรที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีกระทำความผิด มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท แต่เมื่อต้องบังคับใช้กฎหมายจริง เจ้าหน้าที่ก็เกิดความเห็นใจเพราะทั้งเด็กและผู้ปกครองเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาดูแลลูกแทบทั้งสิ้น

ว่ากันว่า เด็กกลุ่มนี้ยังทราบดีอีกด้วยว่าการจับกุมพวกเขาในกรณีที่รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่นั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานมักจะไม่เพียงพอ ต้องประสานขอกำลังจากหน่วยงานอื่นๆ ในยุค คสช.จึงได้เห็นภาพการสนธิกำลังระหว่างตำรวจและทหารเพื่อปราบปรามเด็กกลุ่มนี้อยู่เนืองๆ

สงกรานต์ปีหน้า หากพบว่าเด็กกลุ่มนี้ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น ก็อย่าได้แปลกใจ