
มวยยักษ์จีน-สหรัฐ
กลายเป็นยักษ์กับยักษ์ตั้งท่าจะตีกันเสียแล้ว ระหว่างจีนกับสหรัฐ
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นยักษ์กับยักษ์ตั้งท่าจะตีกันเสียแล้ว ระหว่างจีนกับสหรัฐ
เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ มีคำสั่งเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนประกาศจะต่อสู้จนถึงที่สุด
สำนักงานผู้แทนการค้าพิเศษสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) จะเปิดเผยรายการสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษี จำนวน 1,300 รายการ ขณะที่รัฐบาลจีนก็เตรียมที่จะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าของสหรัฐ 128 รายการ
โลกทั้งโลกก็พลอยสั่นสะเทือนไปกับสงครามมหายักษ์
แต่ทั้งหมดว่าไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนกลับไปในอดีต สหรัฐก็เคยเล่นประเทศคู่ค้าขนาดใหญ่มาแล้ว นั่นคือญี่ปุ่น
ช่วงทศวรรษ 1960-1980 เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวอย่างรวดเร็ว สวนทางกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ย่ำแย่ ยอดการขาดดุลการค้าเพิ่มมหาศาล โดยเฉพาะการขาดดุลกับญี่ปุ่น
สหรัฐจึงใช้วิธีงัดกฎหมายการค้ามาเล่นงานญี่ปุ่นและประเทศคู่ค้าต่างๆ โดยเฉพาะการออกกฎหมายการค้าฉบับใหม่ เปิดโอกาสให้ยูเอสทีอาร์มีอำนาจใช้มาตรา 301 เล่นงานประเทศคู่ค้าได้อย่างมากมายหลากมิติ
สุดท้ายสหรัฐกดดันจนญี่ปุ่นก็ต้องมาเจรจากันที่กรุงนิวยอร์ก ร่วมกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีก 3 ชาติ คือ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ภายใต้ข้อตกลงที่เรียกว่า พลาซา แอคคอร์ด (Plaza Accord) ในปี 2528
ประเด็นสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือการทำค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่า และทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง เพื่อลดการขาดดุลของสหรัฐ
เค้าลางวิกฤตเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจึงเกิดขึ้น เริ่มจากการส่งออกที่ลดลงเพราะค่าเงินเยนแข็ง
รัฐบาลญี่ปุ่นหวังแก้ปัญหาโดยใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นการเก็งกำไรในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ จนนำไปสู่ภาวะฟองสบู่แตก
อีกด้านบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นพากันย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไปทั่วโลกและเอเชีย โดยเฉพาะแถบอาเซียน
แต่สุดท้ายเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ก็ทำให้บริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในเอเชียประสบปัญหาไปตามๆ กัน
ญี่ปุ่นยังเกิดปัญหาซ้ำซ้อนอีกมากมาย อาทิ การเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่แผ่นดินไหวโกเบในปี 2538 สร้างความเสียหายมากกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์ เสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ไม่ต่อเนื่อง
เศรษฐกิจญี่ปุ่นจึงเป็นเจ้าชายนิทรา เป็นทศวรรษที่หายไปกู่ไม่กลับจนถึงบัดนี้
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ญี่ปุ่นมีปัญหา จีนกลายเป็นประเทศที่กำลังฟื้นตัวจากการเป็นยักษ์หลับแห่งอาเซียน
หลังการสิ้นสุดอำนาจของแก๊ง 4 คนในจีน เมื่อปี 2510 และนำประเทศเข้าสู่การพัฒนาสี่ทันสมัยในยุคเติ้งเสี่ยวผิง จีนสร้างมหัศจรรย์ทะยานขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก
สหรัฐในฐานะมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก จึงหันมาเล่นงานจีน เหมือนกับที่เคยจัดการกับญี่ปุ่นมาแล้วในอดีต
แต่จีนไม่ใช่ตะเกียงที่ขาดน้ำมัน และไม่เหมือนญี่ปุ่น
ศึกครั้งนี้จึงยังอีกยาว ไม่รู้ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ







