ลุยเมืองรอง

วันที่ 08 มี.ค. 2561 เวลา 08:15 น.
โดย...นาย ป.

พักนี้ได้เห็น "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งสปีดลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างหนัก

ล่าสุด จัดทัพใหญ่ลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรระหว่างวันที่ 5-6 มี.ค.นี้ เลือกลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และเพชรบุรี แต่คราวนี้ ต่างจากการประชุม ครม.สัญจรครั้งก่อนๆ

เพราะรัฐบาลปรับกลยุทธ์ใหม่เน้นลงพื้นที่ "เมืองรอง" เป็นหลัก ไม่เหมือนการประชุม ครม.สัญจรครั้งก่อนหน้านี้ ที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ "เมืองใหญ่" จังหวัดขนาดเศรษฐกิจ หรือศักยภาพสูงด้านการพัฒนาเป็นหลัก

หากจำกันได้เมื่อเดือนก่อนระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ.ที่ผ่านมา รัฐบาลจัดประชุม ครม.สัญจรที่ จ.จันทบุรี พร้อมกับตรวจราชการที่ จ.ตราด นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อไปผลักดันโครงการลงทุนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เม็ดเงินลงทุนนับล้านล้านบาท

ทั้งรถไฟความเร็วสูง สนามบิน และท่าเทียบเรือ เพราะทราบดี โครงการอีอีซี รัฐบาลคาดหวังจะฝากไว้เป็นผลงานชิ้นโบแดงก่อน คสช.จะสละอำนาจ นายกรัฐมนตรีจึงต้องลงพื้นที่จริงด้วยตัวเองเพื่อไป ขันนอตกันหน้างานหรือการประชุม ครม.สัญจรที่จัดขึ้นเมื่อปีก่อน ระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค. 2560 นายกรัฐมนตรีเลือกลงพื้นที่จังหวัดยุทธศาสตร์ภาคกลาง นั้นคือ จ.พิษณุโลก และสุโขทัย นับเป็นสองจังหวัดใหญ่ของภาคกลางที่เป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทยในฐานะที่เป็นฐานการผลิตข้าว

หรือการประชุม ครม.สัญจรระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ เลือกลงพื้นที่และจัดประชุม ครม.สัญจรใน 2 จังหวัดใหญ่แห่งปลายด้ามขวาน คือ จ.ปัตตานี และสงขลา เทงบประมาณช่วยเหลือด้านการเงินกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมกับขยายเวลาพักชำระหนี้ลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยางพาราและปาล์มฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

เช่นเดียวกับการประชุม ครม.สัญจรที่จัดขึ้นครั้งแรกที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. 2560 รัฐบาลเอาใจคนภาคอีสานแบบเทงบสนับสนุนทั้งภูมิภาค ด้วยงบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาภาคอีสานด้วยการสนับสนุนโครงการระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยด้วยโครงการรถไฟทางคู่ด้วย

แต่ยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในการจัดประชุม ครม.สัญจร ครั้งต่อๆ ไป เน้นลงพื้นที่ "เมืองรอง" หรือจังหวัดเล็กๆ ขนาดเศรษฐกิจปานกลาง

แน่นอนถูกมองว่าลึกๆ แล้วมีเป้าหมายทางการเมืองเป็นสำคัญด้วยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดใหญ่ไปมากแล้ว ดังนั้นจึงอยากลงพื้นที่จังหวัดรองบ้าง

แต่ละจังหวัดที่ลงไปเน้นอัดฉีดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ขับเคลื่อน นโยบายประชารัฐ และโครงการไทยนิยม รวมถึงต้องการเช็กเรตติ้งความนิยมในตัวผู้นำรัฐบาลจากเมืองรองด้วย

ดังนั้น จากนี้ไปจะได้เห็นภาพนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดเล็กๆ อาทิ จ.หนองคาย สระแก้ว เพชรบูรณ์ มุกดาหาร พัทลุง สตูล เป็นต้น

โดยหิ้วนโยบายสำคัญไปด้วย คือ ต้องการพบปะติดตามและทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จริงแบบไปฟังจากปากของชาวบ้าน ทำให้บรรยากาศการเมืองจากนี้ไปคล้ายๆ ลงพื้นที่หาเสียงทางการเมืองไม่มีผิด