posttoday
โอกาสกู้หน้า

โอกาสกู้หน้า

01 มีนาคม 2561

ในที่สุดก็ดูเหมือนว่ากระแสสังคมที่บ่นกันในโลกโซเชียลจะสร้างกระแสและแรงกระเพื่อมที่แรงขึ้นๆ

โดย กาคาบข่าว

ในที่สุดก็ดูเหมือนว่ากระแสสังคมที่บ่นกันในโลกโซเชียลจะสร้างกระแสและแรงกระเพื่อมที่แรงขึ้นๆ จนในที่สุด ตำรวจก็ต้องออกมาแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และพวก กรณีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก

พร้อมทั้งมีการยืนยันด้วยว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำคดีล่าช้า เนื่องจากพนักงานสอบสวนมีเวลาสรุปสำนวนคดี 7 ผลัด และขณะนี้ คดีมีความคืบหน้ากว่า 80% สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 30 ปาก โดยเป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มั่นใจสามารถสรุปสำนวนคดีล่าสัตว์ป่าฯ และข้อหาอื่นๆ รวม 9 ข้อหา ให้พนักงานอัยการได้ก่อนครบกำหนดฝากขัง ครั้งที่ 4 ในวันที่ 24 มี.ค.

ที่ว่ามายังไม่นับถึงข้อสงสัยในรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ของคดีนี้ ตามที่หลายคนกังขาหรือกระทั่งตั้งคำถามเกลื่อนโลกโซเชียล

แต่คำถามของผมก็คือ เมื่อได้ยินหรืออ่านตามเนื้อความที่เจ้าหน้าที่ออกมาแถลงแล้ว สังคมรู้สึกเบาใจหรือรู้สึกมั่นอกมั่นใจกับการทำงาน รู้สึกวางใจกับสิ่งที่ได้ยินจากตำรวจบ้างหรือไม่ครับ ผมออกจะแน่ใจว่าส่วนใหญ่แล้ว มีคำตอบตรงกัน คือ เปล่าเลย

น่าแปลกหรือครับที่หน่วยงานรัฐถูกตั้งแง่ในการทำงาน กรณีที่มีคดีความกับผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพล หรือพูดให้ชัดก็คือคนที่มีเงินหนานั่นแหละครับ ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้ หากไม่รอดคุก รับโทษเบา รอเวลาสังคมหลงลืม ก็ไม่เคยติดคุกจริง หรือกระทั่งมีโอกาสหลบหนีคดีไปได้อย่างหน้าตาเฉย โดยที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้แต่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบอกเล่า ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับใคร ขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ

เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็น่าจะเข้าใจดีนะครับว่าทำไมสังคมทั้งหลายไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ต่างแสดงออกอย่างชัดเจน ว่าไม่เชื่อน้ำยาของพวกท่านอีกต่อไป

ย้อนกลับไปถึงสารพัดคดีที่ต่างทำให้คนไทยฝังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่และส่งผลชัดเจนต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม ย้อนไปตั้งแต่เหตุการณ์รถตู้สาธารณะถูกชนบนทางยกระดับอุตราภิมุข เมื่อปี 2553 โดยลูกสาวของตระกูลดังขับรถแล่นมาด้วยความเร็ว พุ่งเข้าชน ท้ายรถตู้สาธารณะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 คน เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้สังคมวิจารณ์กันขรมว่า เจ้าพนักงานตำรวจไม่ดำเนินคดี เพราะผู้ก่อเหตุเป็นลูกหลานตระกูลดัง ที่สุดก็ได้รับโทษภายใต้ข้อกังขาว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบยุติธรรม

ยังไม่นับถึงกรณีลูกหลานคนมีชื่อเสียง หรือกระทั่งตัวผู้มีชื่อเสียง อำนาจคนอื่นๆ เอง ที่เมื่อมีคดีความถึงโรงถึงศาล ต่างก็มีบทสรุปแทบไม่ต่างกัน คือไม่โทษเบาก็สามารถหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศได้หน้าตาเฉย และเจ้าหน้าที่รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรหรือครับ

ย้อนกลับไปดูเถอะครับว่าใช้วิธีที่ไม่ต่างจากคดีในทำนองเดียวกันเลย คือ แถลงข่าวโดยแทบจะไม่ตอบคำถามหรือคลายข้อสงสัยของสังคมเลย เหมือนเป็นวิธีประวิงเวลาให้ผ่านไป ราวกับคิดว่าประเดี๋ยวสังคมก็ลืม เหมือนขาดความตระหนักว่าในที่สุดแล้ว เรื่องทำนองนี้จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังสะสมติดหนึบอยู่กับภาพลักษณ์ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และที่สุดแล้วก็จะจะตีกลับไปยังรัฐบาล ในฐานะผู้รับผิดชอบโอกาส กู้หน้า สร้างความน่าเชื่อถือ ผ่านพ้นไปครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้เมื่อตำรวจหรือ รัฐบาล ขอให้ประชาชนมั่นใจในคดีเสือดำทุ่งใหญ่ แล้วทำไมสังคมจะไม่แบะปากมองบนกับสิ่งที่ท่านร้องขอล่ะครับ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท