เลือกแบบไหนก็เอา

วันที่ 19 ก.พ. 2561 เวลา 09:13 น.
โดย...ทองพระราม

นับวันปี่กลองก็เริ่มโหมโรงออกมาส่งสัญญาณบอกถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.แบบไม่ขาดสาย

ไล่เรียงตั้งแต่กลุ่มภาคประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามโรดแมป ซึ่งเคยลั่นวาจาไว้บนเวทีนานาชาติว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2561

แต่ท้ายที่สุดภาพดังกล่าวก็เลือนหายวับลับไปกับตา เมื่อท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาพูดอย่างเสียงดังฟังชัดแบบชายชาติทหาร “ผมไม่เคยสัญญาว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่”

จนมาเป็นประเด็นให้เกิดกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายกฯ ทำตามสัญญา เหมือนในเนื้อเพลงบางท่อนของท่านประยุทธ์เคยแต่งไว้ “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”

ทว่า ไปๆ มาๆ ก็เริ่มเนิ่นวันนานปี เพราะมีการขอเลื่อนการเลือกตั้งออกไป แบบจะเดายังไงก็คงตอบไม่ถูกคำถาม จึงเป็นอีกประเด็นให้ต้องติดตาม

ถัดมาก็เป็นเรื่องของคนใกล้ตัวและเปรียบได้ดั่งกับพี่ใหญ่ต่อกรณีนาฬิกาหรูเจ้าปัญหาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ซึ่งถูกกระแสกดดันแบบหนักหน่วง

ขนาดถึงมีการทำผลสำรวจจากหลากหลายสำนัก เพื่อถามความเห็นประชาชนว่าคิดอ่านอย่างไรกับเรื่องนี้ และท้ายที่สุดกับผลลัพธ์ ตอบแบบเสียงเดียวกันแบบมิได้คาดหมาย

“อยากให้ลาออกจากตำแหน่ง” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ และยิ่งล่าสุด คุณทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. พร้อมภาคประชาชน

ได้นำรายชื่อจากการรวบรวมผ่านทางเว็บไซต์ Change.org จำนวน 80,018 รายชื่อ ยื่นต่อนายกฯ ผ่านศูนย์บริการประชาชน เพื่อเรียกร้องให้ท่านประวิตรแสดงสปิริตโดยการลาออกจากตำแหน่งตามที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

แต่ก็มีเสียงสวรรค์ยืนยันย้ำชัดๆ อีกครั้งผ่าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม

ยืนยันว่า ท่านประวิตรจะไม่ลาออกตามเสียงเรียกร้อง ขออยู่ต่อทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เพราะยังมีประชาชนยอมรับในการทำงานด้านความมั่นคงของท่านอยู่

เป็นคำตอบแบบได้ข้อสรุปง่ายๆ และเข้าใจโดยทั่วกัน จากนี้ไปประชาชนที่ลงชื่อเรียกร้องให้ลาออกก็คงไม่ต้องทำให้เหนื่อยเปล่า

เพราะคำตอบออกมาแล้ว เมื่อเรื่องของประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญ เรื่องเกิดขึ้นผ่านๆ มาก็ควรแล้วไป อย่ามาติดใจให้เปล่าประโยชน์

ก็คงต้องบอกแบบบ้านๆ อะไรที่ว่าดีก็ทำไป ทว่า เกิดคำถามให้ต้องย้อนกลับ เมื่อเกิดกรณีกับคนอื่น บรรดา ฯพณฯ ทั้งหลายมักเอ่ยว่า จะดำเนินการอย่างจริงจัง

ไฉนเลยเรื่องนี้กลับดูแผ่วๆ แต่คำตอบซึ่งประชาชนสมควรได้ยินเปรียบเสมือน “กำปั้นทุบดิน”

เมื่อเป็นอย่างนี้แน่นอนก็ย่อมเป็นสิทธิให้ประชาชนออกมาทำตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญมอบให้ นั่นคือสามารถตรวจสอบรัฐ หากมองว่าทำไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม

เชื่อว่าหากกล้าแสดง “สปิริต” มากกว่าพูด เชื่อว่า รัฐบาล คสช.คงได้รับความนิยมชมชอบท่วมท้น

มากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นแน่แท้ แต่เมื่อเลือกตัดสินใจแบบนี้ ก็ว่ากันไปตามระเบียบ เลือกแบบไหนก็เอา