
ยุติธรรมเสมอภาค
เมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บรรดามวลชนจำนวนหนึ่งเขาก็มาทวงถามสัญญาเลือกตั้งปี 2561
โดย..ทองพระราม
เมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บรรดามวลชนจำนวนหนึ่งเขาก็มาทวงถามสัญญาเลือกตั้งปี 2561 แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถือว่ามาตามนัดครับ เนื่องจากพวกเขาป่าวประกาศล่วงหน้าจะพบกันวันเสาร์
และไม่ใช่มาตามนัดธรรมดา เนื่องจากแกนนำกลุ่มก็เป็นกลุ่มคนเดียวกันที่ตรวจออกหมายเรียกสองครั้งให้มารายงานตัวในคดีกระทำผิดต่อ พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ
ดูจะไม่หวั่นเกรงกฎหมายกบิลเมืองกันเลย เพราะเป็นการฝ่าฝืนซ้ำซาก ก็คงต้องโดนหมายจับกันตามระเบียบ
แต่ดูเหมือนการออกมาทวงถามวันเลือกตั้งเวลานี้จะกลายเป็นประเด็นอ่อนไปชั่วคราว เนื่องจากมีรายการมาคั่นเวลาต่อลมหายใจให้กับบุคคลสำคัญในทางการเมืองชั่วขณะ
คงหนีไม่พ้นเรื่องราวบาดใจเหล่าบรรดาคน “รักษ์” สัตว์และธรรมชาติ
โดยเฉพาะกรณีบิ๊กวงการก่อสร้าง เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และพวกรวม 4 คน
ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกเมื่อไม่นานที่ผ่านมา โดยพบของกลางเป็นอาวุธปืนยาว ปืนสั้น และเครื่องกระสุน
นอกจากนี้ ยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ประกอบไปด้วย เสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง ทำให้เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากภาคประชาสังคมไม่น้อย
เพราะถือเป็นการกระทำอันโหดร้ายต่อเพื่อนร่วมโลก ทำให้ย้อนรอยกลับไปถึงเรื่องราวในอดีตสมัย 2516 กับเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพตกภายหลังจบภารกิจล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่ฯ
ข่าวดังกล่าวได้รับเสียงโจษจันไปทั่วแผ่นดิน เพราะเป็นการลงมือของกลุ่มบุคคลที่ใช้กฎหมายเพื่อควบคุมบ้านเมืองให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยปลอดภัย แต่กลับกลายละเมิดเสียเอง
แม้เรื่องบอสใหญ่แห่งอิตาเลียนไทยฯ จะถูกจับกุมและได้รับการประกันตัวภายหลัง ทว่าต้องติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ต่อจากนี้อย่างใกล้ชิด
เพราะหากเพิกเฉยหรือนิ่งหายไปเสียดื้อๆ ก็ดูจะกระไร
หากยังจำกันได้ก่อนหน้านี้กับกรณีเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมสองตายาย ในข้อหาบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ จ.กาฬสินธุ์
ประเด็นนี้ถือว่าเป็นการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้คนทั่วไปดูเยี่ยงแต่ไม่ควรเอาอย่าง จนในที่สุดศาลมีคำพิพากษาให้สองตายายรับโทษคนละ 5 ปี
เพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อ แม้ในความรู้สึกของใครหลายคนอาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อย เพียงเก็บของป่าประทังชีวิต ใช่ใช้ความรุนแรงมาประหัตประหารพรากเอาชีวิต
กรณีนี้ก็เช่นกัน ท่ามกลางสังคมซึ่งกำลังจับจ้อง เนื่องจากผู้ก่อเหตุมากด้วยเงินทอง อำนาจ บารมี จึงเป็นจุดสนใจของคนโดยทั่วกันว่า จะปฏิบัติเรื่องนี้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้หรือไม่
เมื่อสังคมกำลังเดินหน้าสู่การปฏิรูปพร้อมเพรียกหาความยุติธรรมเสมอภาค
จึงเอาใจช่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมเท่าเทียม มิเช่นนั้นขื่อแปก็ไร้ความหมาย
อย่าให้กลายเป็นแบบกรณีอื่นก่อนหน้า ที่ใครๆ มักพูดเสมอว่า “คุกมีไว้ขังคนจน”







