คำพูดเป็นนาย

  • วันที่ 05 ก.พ. 2561 เวลา 10:12 น.

โดย..ทองพระราม

นับว่าได้เสียงตอบรับจากภาคประชาสังคมอย่างท่วมท้นล้นหลาม ภายหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกมาประกาศตัวด้วยถ้อยคำแบบชัดเจน

โดยมีใจความสำคัญว่า "หากประชาชนไม่ต้องการก็พร้อมลาออกจากตำแหน่ง" ซึ่งคำพูดดังกล่าวเกิดจากฟีดแบ็กปมนาฬิกาหรู ที่ประชาชนคนไทยให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งสะท้อนจากผลโพลหลายสำนักที่ถามความเห็นประชาชนต่อ คำพูดของ พล.อ.ประวิตร โดยส่วนใหญ่ตอบเป็นเสียงเดียวอย่างมิได้ นัดหมายมาก่อน คือ "อยากให้ไป"

แม้ประเด็นนี้จะอยู่ในการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร

เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน รวมถึงให้ความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา ดังนั้น กระบวนการทั้งหมดทุกฝ่ายต้องรอคอยแบบเข้าใจในกระบวนการยุติธรรม จะเป็นเช่นดั่งใจคงไม่ดี

ดังนั้น ประเด็นในทางกฎหมายก็คงต้องปล่อยให้เดินตามกลไก ทว่า ย้อนกลับในมุมที่ท่าน พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวออกมานั้น ถือว่าเป็นสัญญาประชาคมที่ให้ต่อประชาชนได้หรือไม่

เนื่องด้วยท่านเองมีตำแหน่งหน้าที่อันสำคัญต่อการบริหารประเทศ ดังนั้น คำพูดจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ หรือให้ตรงตามคำเปรียบเปรยที่ว่า "คำพูดเป็นนาย"

อย่างไรก็ดี แม้จะมีกลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ราว 30 คน เดินทางมาให้กำลังใจเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม เพื่อให้ต่อสู้ปมปัญหานาฬิกาหรู

จากนี้จึงเป็นความท้าทายของ พล.อ.ประวิตร ในการออกมาเผชิญปัญหาซึ่งตั้งรออยู่ตรงหน้า เพื่อทำให้สังคมคลายข้อกังขา สงสัย กับ เรื่องราวดังกล่าว

หากมัวปล่อยไว้แบบนิ่งเฉยก็มีแต่เสียกับเสีย และยิ่งได้ลั่นวาจา ซึ่งถือเป็นถ้อยความสำคัญ ยิ่งทำให้เรื่องนี้ถูกจับจ้องมากขึ้นเป็นพิเศษ

ผนวกกับผลสำรวจจากโพลสำนักต่างๆ ที่ประชาชนต่างออกมาเทคะแนนสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร ทำตามอย่างที่พูดไว้ จึงทำให้เห็นว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจมากเพียงใด

อีกทั้งยิ่งสะท้อนความรู้สึกของประชาชนคิดอ่านกับเรื่องนี้อย่างไร เมื่อผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเอ่ยวาจาซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาประชาคม

แน่นอนว่าย่อมไม่แปลกที่สปอตไลต์ทุกดวงจะโฟกัสมายัง พล.อ.ประวิตร และทำให้มองไปไกลได้อีกว่า แท้จริงแล้วประชาชนมองอย่างไรต่อ ปมปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจะใช้อารมณ์มาตัดสินไม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็เปรียบเสมือนเป็นการปรักปรำ ดังนั้น ทุกฝ่ายจำต้องรอ ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าหาคำตอบ

ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเรื่องดังกล่าว ป.ป.ช.กำลังเดินหน้าหาความจริงออกมาอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ว่าทั้งหมดนั้นเป็นมาเป็นไปอย่างไร

จะให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลเห็นทีคงไม่ได้ มิเช่นนั้นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็ไร้ค่า ดังนั้น จำต้องเอาใจช่วย ป.ป.ช.ค้นหาความจริงออกมาปรากฏอย่างโดยเร็ว ถูกต้อง รอบด้าน และเป็นธรรม จึงอยากให้อดใจรอจนกว่าความจริงปรากฏ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ