ร่วมจ่าย

วันที่ 04 ธ.ค. 2560 เวลา 09:20 น.
โดย...นาย ป.

เกิดคำถามออกมาเป็นระลอกว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ระบบการรักษาสุขภาพควรร่วมจ่ายกันเสียที เป็นคำถามที่สังคมไทยกำลังถกเถียงกันอยู่ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายไม่เห็นด้วย ยิ่งบ้านเรามีผู้คนหลากหลายกลุ่มความคิดเห็นหรือมุมมองย่อมแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะยากดีมีจน รวยหรือจน การเข้าถึงสิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานเทียบเท่ากันแล้วก็ว่าได้ ยกเว้นสิทธิพิเศษในการรักษาพยาบาลบางโรคหรือบางบริการบางอย่างเท่านั้นที่ต้องมีเงินถึงจะมีสิทธิเข้าถึง ถ้าไม่มีเงินก็นับถอยหลังรอวันกลับบ้านเก่าไปได้เลย

อย่างไรก็ตาม สิทธิหรือสวัสดิการย่อมมีความแตกต่างกันไป เช่น กองทุนสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ จ่ายเงินสดถ้าคุณเป็นคนรวยย่อมไม่ต้องสนใจว่าจะต้องร่วมจ่ายเท่าไร ดังนั้นแต่ละกลุ่มต่างร่วมจ่ายในรูปแบบที่แตกต่างกันไป อาทิ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ รัฐเป็นผู้จ่ายสิทธิสวัสดิการ กองทุนประกันสังคม รัฐบาล ผู้ประกอบการในฐานะนายจ้างและผู้ประกันตนในฐานะลูกจ้างร่วมกันจ่ายแบบไตรภาคี ส่วนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าร่วมจ่ายผ่านภาษี

ประเด็นร่วมจ่ายที่ถกเถียงกันจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ อาทิ ร่วมจ่ายเพื่อลดการมาใช้บริการที่เกินจำเป็น ร่วมจ่ายเพื่อช่วยกันรักษาสุขภาพตัวเอง ร่วมจ่ายตามศักยภาพเงินในกระเป๋า หรือร่วมจ่ายเพราะงบประมาณไม่เพียงพอจึงต้องร่วมจ่าย เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่รู้จบ แต่ถึงเถียงกันไปอย่างไรก็ไร้ประโยชน์เสียเวลาเปล่าๆ

ยิ่งเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทุกขณะ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เพราะความแก่ชรา เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก่อนตายนี่สิทรมานยิ่งนัก ความเสื่อมโทรมของร่างกายอวัยวะต่างๆ อ่อนแอและเกิดโรคได้ง่าย ถ้าเป็นข้าราชการดีหน่อยมีเงินบำนาญไว้กินไว้ใช้ตอนแก่ แต่ถ้าสิทธิประกันสังคม เช่น คนงานตามโรงงานอุุตสาหกรรม ก็ต้องขยันอดออมตั้งแต่หนุ่มๆสาวๆ บางคนทำงาน (โอที) หนักวันละ 15-18 ชั่วโมง ตั้งหน้าเก็บเงินไว้เยอะๆ หวังจะไว้กินเที่ยวตอนแก่ แต่สุดท้ายมีเงินมาก็ใช้ไปกับซื้อยารักษาตัวเอง

ยิ่งปัจจุบันโรคร้ายแรง อาทิ หัวใจ มะเร็ง เบาหวาน โรคกระดูก ถามหาเร็วมากบางคนอายุแค่ห้าสิบต้นๆ เสียชีวิตแบบกระทันหัน ก็มี หรือไม่ก็ล้มป่วยเอาดื้อๆ เสียค่าใช้จ่ายสูงมากแต่ร่างกายก็ไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม ซึ่งโยงกับประเด็นการร่วมจ่าย คือ หากเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรง ที่ต้องใช้วิธีการรักษาและยาที่ราคาแพง นั่นแหละใครจะร่วมจ่าย ต่อให้ร่วมจ่ายสักเท่าไรถึงจะพอ ดังนั้นจะฝากชีวิตเราไว้กับระบบสาธารณสุขคงไม่ได้อีกแล้ว

สิ่งที่ดีที่สุด คือ การออกกำลังกาย และการรับประทานพืชผักสมุนไพร ไม่น่าเชื่อประเทศไทยเป็นชาติที่มีสมุนไพรนานาชนิดรักษาโรคได้แทบทุกอย่าง แต่คนไทยกลับบริโภคน้อยมากๆ ทั้งๆ ที่สมุนไพรคือของดี เป็นทั้งอาหาร และยารักษาโรค เช่น รางจืด สรรพคุณช่วยล้างพิษในร่างกาย ใบกะเพรา บัวบก ขิง ข่า ตะไคร้ มีสรรพคุณลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ฯลฯ ทานแล้วมีประโยชน์สารพัด

สมุนไพรปลูกง่ายโตเร็ว ปลูกสมุนไพรไว้รอบๆ บ้านกันเถอะ เพราะถ้าสมุนไพรขึ้นรอบบ้านก็เหมือนมีตู้ยากับตู้กับข้าวไว้ในบ้าน มากันเถอะมาร่วมกันดูแลตัวเองให้ดีก่อนแล้วค่อยไปคาดหวังว่า ระบบสาธารณสุขร่วมจ่ายจะช่วยอะไรเราได้บ้าง หรืออาจไม่ช่วยอะไร ได้เลย