
ตะเกียงวิเศษที่ถูกลืม
วันนี้อยากจะขอพูดถึงของดีมีอยู่ แต่มักจะถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย ก็คือสินค้าที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI-Geographical Indication
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
วันนี้อยากจะขอพูดถึงของดีมีอยู่ แต่มักจะถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย ก็คือสินค้าที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI-Geographical Indication
GI คือการรับรองสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตเฉพาะเจาะจง มีคุณภาพหรือเอกลักษณ์เฉพาะจากการผลิตในพื้นที่ จะเป็นของกิน ของใช้ก็ได้
ในโลกนี้สินค้า GI กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ขายได้ราคาดีกว่าสินค้าอื่นๆ เนื่องจากมีเรื่องเล่า หรือ Story ที่เพิ่มเงินขึ้นมา
อาทิ ถ้าใครเป็นนักดื่มไวน์ ก็ต้องเลือกไวน์ฝรั่งเศสที่ปลูกจากแถบเมืองบอร์โดซ์ (Bordeaux) เนื่องจากมีสภาพดินฟ้าอากาศและวัฒนธรรมการผลิตไวน์ที่ต่อเนื่องมายาวนาน
หรือใครอยางกินของแพงอย่างไข่ปลาคาเวียร์ (Caviar) ที่มีการโฆษณาและได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ก็ต้องเป็นคาเวียร์จากทะเลสาบแคสเปียน ในแถบอาเซอร์ไบจาน อิหร่าน รัสเซีย โดยเฉพาะคาเวียร์สีทองที่มาจากปลาสเตอร์เลต (Sterlet) เป็นที่หายาก
ตราสินค้า GI จึงเหมือนกับเป็นเครื่องหมายรับรองชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก คล้ายๆ กับมาตรฐานด้านสินค้าอุตสาหกรรม หรือมาตรฐานด้านอาหารอย่างมิชลิน ไกด์ ประมาณนั้น
สำหรับเมืองไทยเองก็มีการให้ตรา GI กับสินค้าของกินของใช้ แต่ทำแบบลุ่มๆ ดอนๆ
อย่างข้าวหอมมะลิสุรินทร์ เป็นสินค้า GI ถามว่าใครรู้บ้าง
เพราะธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดข้าวหอมมะลิสุรินทร์ โดยข้าวหอมมะลิจะชอบดินร่วนปนทราย น้ำไม่ขัง มีลมพัดไม่รุนแรง และปลูกเก็บเกี่ยวในช่วงใกล้ฤดูหนาวที่กลางวันสั้น กลางคืนยาว เนื่องจากความหอมของข้าวจะเกิดจากแสงอาทิตย์ส่องกระทบรวงข้าว ด้านที่ไม่โดนแดด หรือด้านที่ใบบังนั่นแหละ ถึงจะมีกลิ่นหอม ถ้ากลางวันยาว จะถูกแดดเผาหมด จึงต้องอาศัยช่วงหน้าหนาวที่กลางวันสั้น
และกลิ่นหอมของข้าวเป็นมนต์เสน่ห์ เกิดจากการผสมผสานของสารระเหยมากกว่า 200 ชนิด
ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ จึงสร้างเรื่องราวของสินค้า GI ที่ขายได้ ทำให้เป็นเงินได้
แต่ที่ผ่านมา น่าเสียดายที่ถูกมองข้าม
สิ่งที่เห็นชัดเจนก็คือการออกตรา GI อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กรมนี้มักจะเป็นกรมท้ายๆ ที่รัฐมนตรีอยากที่จะดูแล อาจเป็นกรมเล็ก ไม่มีงบประมาณมาก เหมือนกับกรมอื่นๆ
แต่แท้ที่จริงถ้านำสินค้า GI มาทำให้ดี จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมายแก่บ้านเมือง โดยเฉพาะกับชุมชนระดับฐานรากของประเทศ
เหมือนมีตะเกียงวิเศษอยู่ แต่กลับเอามาแค่ตั้งในตู้ นานๆ ออกมาโชว์เป็นครั้งคราวประมาณว่าไปออกงานตามห้างสรรพสินค้าบ้าง จัดงานเรียกว่ามหกรรมสินค้า GI บ้าง โดยหารู้ไม่ว่า ถ้าเอาตะเกียงมาขัดมาถู จะปรากฏยักษ์ที่มีมนตราวิเศษบันดาลทุกสรรพสิ่ง
ไหนๆ ก็เขียนถึงแล้ว พรุ่งนี้จะขอว่าต่ออีกวัน
จะขัดตะเกียงอย่างไร ยักษ์ถึงจะปรากฏกายออกมา







