
โอ่โอปักษ์ใต้บ้านเรา
ภายใต้การนำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...นาย ป.
ภายใต้การนำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดูเหมือนยังไม่มีความชัดเจนว่า โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา ใน 14 จังหวัด จะเดินหน้าการพัฒนาไปในทิศทางใด
แต่หากพิจารณาด้านศักยภาพและภูมิศาสตร์อาจแบ่งพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้ 3 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ กลุ่ม 1 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมี จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง กลุ่ม 2 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันมี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และกลุ่ม 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดนมี สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
แน่นอนว่าแต่ละกลุ่มจังหวัดทิศทางการพัฒนาและปัญหาย่อม แตกต่างกันไป โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนในจังหวัดอื่นๆ นั้นกำลังเป็นปัญหาและถกเถียงกันอยู่ทั้งยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ภูมิภาค ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด หรือยุทธศาสตร์ จังหวัดตัวเอง ควรจะเป็นอย่างไร เหมือนการที่รัฐบาลวาดภาพให้ภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
แต่อีกด้านหนึ่งกลับอ้างภาวะการขาดแคลนไฟฟ้า และสนับสนุนอุตสาหกรรมหนักให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น โรงงานถลุงเหล็ก โรงไฟฟ้าถ่านหิน
เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเกิดนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ย่อมมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องตามมา อาทิ ปิโตรเคมีและพลังงาน พร้อมๆ กับปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นทิศทางการพัฒนาภาคใต้ถูกวางไว้อย่างไรกันแน่
เราต้องการความยั่งยืนด้านไหน แหล่งความมั่นคงทางอาหาร หรือแหล่งพลังงาน ใครเป็นคนกำหนด อาจไม่สำคัญเท่ากับว่าประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมและเห็นด้วยหรือไม่
ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันโครงการขนาดใหญ่ของรัฐมักถูกต่อต้านและไม่ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านอยู่เสมอๆ
เช่น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ เพราะประชาชนอยากเห็นภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและต้องการให้ท้องทะเลในภาคใต้เป็นแหล่งอาหารอันสำคัญ จึงต่อต้านคัดค้านโครงการรัฐ
เมื่อรัฐกับประชาชนทั้งในภาคธุรกิจ หรือภาคประชาสังคม ต่างมีมุมมองหรือนิยามการพัฒนาที่ยั่งยืนต่างกันไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น รัฐบาลเลือกที่จะพัฒนาภาคใต้ให้เติบโตในภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงาน ขณะที่ภาคประชาชนในพื้นที่อยากให้พัฒนาภาคใต้เป็นแหล่งพลังงานทดแทน เพราะเชื่อว่าเป็นการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน
อย่าลืมว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการปลูกยางพาราและปาล์มจำนวนมากนับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการผลิตพลังงานทดแทน
เมื่อมุมมองต่างกัน รัฐบาลทุบโต๊ะเลือกใช้ถ่านหิน เพราะเห็นว่าปราศจากความเสี่ยง แม้ในภาคใต้จะเหมาะสมเป็นแหล่งพลังงาน ทดแทนก็จริง
แต่หากมีการพัฒนาพลังงานทดแทนที่มากเกินไปผลกระทบจะตกที่ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าจากการใช้เงินรัฐไปอุดหนุนค่าไฟฟ้าในส่วนนี้ประชาชนจะยอมรับได้หรือไม่
สุดท้ายแล้วทั้งโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้าพลังงาน ชีวมวลก็ไม่เกิดขึ้น เพราะภาคใต้ไม่มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ที่ชัดเจนนั้นเอง
รัฐกับประชาชนก็ยังทะเลาะกันอยู่ต่อไป







