
ย่ำอยู่กับที่
เส้นทาง “ปฏิรูป” ยังดูวนอยู่กับที่จนยากจะฝากความหวัง
โดย...วัยรุ่นเฟรง
เส้นทาง “ปฏิรูป” ยังดูวนอยู่กับที่จนยากจะฝากความหวัง
โดยเฉพาะกับ “ปฏิรูปการเมือง” ที่ประชาชนทั่วไปเห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาที่ต้องยกเครื่อง แก้ปัญหาที่หมักหมมมายาวนาน อันเป็นต้นเหตุสำคัญให้บ้านเมืองต้องติดหล่มอยู่กับวังวนปัญหา
หลังการ “รัฐประหาร” ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องรีบเร่งแก้ไข “นักการเมือง” กลายเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกโยนให้เป็นสาเหตุของปัญหาในอดีต จนนำมาสู่มาตรการ สกัด ดัดหลัง และป้องปราม คุมเข้ม ไม่ให้ดำเนินการสร้างปัญหาในอนาคต
ความพยายามตลอด 3 ปีกว่าที่ผ่านมา มีให้เห็นเป็นระยะ ทั้งการออกกฎ กติกาเข้ามาควบคุม ไล่ตั้งแต่ ระดับรัฐธรรมนูญ เรื่อยมาจนถึงกฎหมายลูก และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แต่ทิศทางการเมืองไทยยังดูไร้วี่แววว่าจะหลุดพ้นจากวังวนปัญหา
การทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่อยมาจนถึง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ถูกมองว่ามีความชัดเจนแค่รายงานที่ส่งถึงมือนายกรัฐมนตรี
ล่าสุด คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่มี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกลไกที่จะเร่งดำเนินการจัดทำร่างแผนการปฏิรูปด้านการเมืองออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
ส่องดูเป้าหมาย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.เรื่องการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ 2.เรื่องการสร้างธรรมาธิปไตย 3.เรื่องการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 4.กลไกการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย และ 5.การกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโดยหลักการแล้วการออกกฎกติกาขึ้นมาควบคุมพฤติกรรมของนักการเมือง แต่ในทางปฏิบัติแล้วต้องถือเป็นเรื่องยากที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
ลำพังแค่การเลือกตั้งสุจริตที่เที่ยงธรรม ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้มีกติกาหรือกลไกควบคุมดูแลการเลือกตั้งใหม่ ก็ยากจะเชื่อว่าสามารถนำไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตได้จริง
หากมุมมองทัศนคติของประชาชนต่อการเมืองยังไม่ปรับเปลี่ยน สอดรับกับเรื่องการสร้างธรรมาธิปไตย ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือใช้เวลาสั้นๆ ในการเดินไปสู่จุดนั้น
ปัญหายากที่สุดคือเรื่องการขจัดความขัดแย้งโดยสันติวิธี ดังจะเห็นจากท่าทีของฝักฝ่ายต่างๆ ในสังคมที่ไม่มีวี่แววจะสามารถพูดจาภาษาเดียวกัน
ที่สำคัญรูปแบบเชิญนักการเมืองมาแสดงความคิดความเห็นมีให้เห็นเป็นระยะ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ว่าเป็นเพียงแค่พิธีกรรมสร้างความชอบธรรม แต่ไม่ได้สนใจในเนื้อหาสาระที่แท้จริง
ภาพนักการเมืองมาให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ ความคิดความเห็นตั้งแต่ก่อนร่างรัฐธรรมนูญ กลายเป็นภาพคุ้นตา และเหมือนสูตรสำเร็จเดิมๆ ที่แต่ละฝ่ายหยิบยกมาใช้ เมื่อไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
ที่สำคัญรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายการปฏิรูปเป็นเรื่องยากที่จะเดินหน้าไปถึงได้จริง ทุกย่างก้าวที่เดินหน้ามาและจะก้าวต่อไปจึงเป็นเพียงแค่การย่ำวนอยู่กับที่เท่านั้น







