
คิดจับปลาใหญ่
กระบวนการทุจริตจะทำได้ย่อมทำกันเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐเองจะทำโดยลำพังได้ ย่อมมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหมด
โดย...นาย ป.
กระบวนการทุจริตจะทำได้ย่อมทำกันเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐเองจะทำโดยลำพังได้ ย่อมมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหมด
ฝ่ายที่คิดระบบหรือกลไกที่ต้องการจะป้องกัน ป้องปราม หรือปราบปราม อยากจะถอนรากถอนโคนการทุจริตให้หมดสิ้นด้วยกันทั้งสิ้นจึงพยายามคิดทุกวิถีทาง จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นใน สังคมไทย
เป็นไปได้หรือไม่หรือทำยังไงกันดี ที่ต่อไปกระบวนการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น จะเน้นจับปลาใหญ่ไม่ใช่ปลาซิวปลาสร้อยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะล่าสุดมีการเสนอแนวคิดให้มีการจัดองค์กรศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)
ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อบูรณาการในการทำงานหน่วยงานปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะตำแหน่งประธาน ศอตช. จะเป็นประธานร่วม 3 ฝ่าย
ปัจจุบันคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ศอตช.
แต่ในอนาคตจะเสนอให้เป็นประธานร่วม 3 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายตุลาการ คือ ประธานศาลฎีกา ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ประธานรัฐสภา และ ฝ่ายบริหารซึ่งก็คือ นายกรัฐมนตรี เพื่อสามารถตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน
หากฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิดทุจริตต่อหน้าที่เสียเอง ไม่ว่าฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหาร ใครทุจริต อีก 2 ฝ่ายจะต้องร่วมกันตรวจสอบแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม
ที่สำคัญการปฏิรูปการทุจริตคอร์รัปชั่น กำลังศึกษาโมเดลใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้ปราบปรามการทุจริตในระบบการเมืองและราชการไทย โดยอาจจะนำรูปแบบของประเทศเกาหลีมาใช้
กล่าวคือถ้านักการเมือง หรือผู้บริหารระดับสูงเจอคดีทุจริต ต้องถูกควบคุมตัวไว้ก่อน ไม่ควรให้ประกันตัว เพราะหากถูกปล่อยตัวออกไปแล้ว ด้วยยังมีอำนาจบารมี เงินทอง หรือเส้นสายที่ตัวเอง ฝังไว้ ยังคงมีอยู่
เช่น ลูกน้อง อาจจะไปยุ่งเกี่ยวทางคดีทำให้พยานหลักฐานอ่อนลงจนไม่สามารถเอาผิดใดๆ ได้ โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือ ประธานรัฐสภา ถ้าโดนคดีทุจริต ห้ามประกันตัวเด็ดขาด จนกว่าจะพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ และเป็นวิธีการหนึ่งในการป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ไม่มาฟังคำพิพากษา
จะทำได้จริงหรือไม่ คงต้องรอการพิสูจน์ แต่ปัจจุบันคดีที่ประชาชนโดยทั่วไปอยากแจ้งเบาะแส แต่ไม่กล้าที่จะเป็นพยานให้การ เพราะหาก ปากโป้งไป แจ้งเบาะแสว่าใครทุจริตอาจจะโดนเก็บ หรือโดนทำร้ายเอาได้ แล้วใครจะมาช่วย
อย่าลืมว่าการคุ้มครองพยานอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้คุ้มครอง ลองถามประชาชนทั่วไปดูก็ได้ว่ามั่นใจถึงความปลอดภัยแค่ไหน หากให้ตำรวจมาดูแล
เรื่องทุจริตส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง ขืน เข้าไปยุ่งอาจโดนทำร้ายได้ ดังนั้นก่อนจะมีกลไกจับปลาใหญ่ ควรดูแล พลเมืองดีก่อนจะดีไหม







