
เชิงคุณภาพ
แนวทางการปฏิรูประบบราชการในคณะกรรมการปฏิรูป
แนวทางการปฏิรูประบบราชการในคณะกรรมการปฏิรูป ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนมากนักว่าจะเดินไปในทิศทางใดแต่อย่าลืมว่ากรอบการทำงานทุกคณะปฏิรูปต้องแล้วเสร็จภายในปีนี้
พลิกดูปฏิทินการทำงาน พบว่ากำหนดเวลาการทำงานไว้ชัดเจน
กล่าวคือภายในเดือน ธ.ค.นี้ ทุกคณะปฏิรูปต้องนำเสนอข้อเสนอเบื้องต้นต่อประธานร่วม 11 คณะปฏิรูปที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาทุกข้อเสนอของ 11 คณะ
ครั้นพิจารณาปรับปรุงแล้วจะนำเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ พิจารณา ภายในเดือน ม.ค. 2561 จากนั้นถ้ารัฐบาลเห็นชอบจึงจะออกมาเป็นแผนปฏิบัติการ หรือแอ็กชั่นแพลน ภายในเดือน เม.ย. 2561
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญในการปฏิรูประบบราชการ สังคมคาดหวังเป็นอย่างมาก โดยที่ต้องการเห็นมากที่สุดมีด้วยกัน 2 เรื่องที่ควรต้องทำโดยเร็วและทำจริงเพราะเป็นสิ่งที่พอจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดการปฏิรูปในระบบราชการขึ้นมาจริงๆ
นั่นคือ 1.ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ ปราศจากการเล่นพรรคเล่นพวกซึ่งประเด็นนี้ต้องมีความชัดเจนว่าวิธีการคัดเลือกจะเป็นเช่นไร
โดยเฉพาะตำแหน่งสูงๆ เช่น ปลัดกระทรวง หรืออธิบดี ต้องปราศจากการใช้ดุลพินิจจากฝ่ายการเมือง เน้นการเลือกคนที่ความรู้ความสามารถผ่านระบบคัดกรองที่ตรวจสอบได้ว่าเหตุใดจึงได้รับเลือก
ไม่เช่นนั้นระบบการแต่งตั้งโยกย้ายก็กลับไปสู่ระบบเดิมๆ เกิดการซื้อขายตำแหน่ง บ่อเกิดแห่งการทุจริต เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งแล้วก็จะเข้าถอนทุนคืนวนเวียนกันไปแบบนี้ไม่รู้จบ
2.ตัวชี้วัดการทำงาน ควรยกเลิกตัวชี้วัดเชิงปริมาณ กล่าวคือ ปัจจุบันการให้ความดีความชอบในภาคราชการส่วนใหญ่เน้นเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ
ที่เห็นกันอยู่ว่าทุกวันนี้เน้นนับวันลากี่ครั้ง เข้าประชุมสัมมนาครบไหม หรือใครมาทำงานทุกวันไม่เคยลา หรือไม่เคยขาดงาน แน่นอน 2 ครั้งต่อ 1 ปี ราวๆ เดือน เม.ย. และ ต.ค.ของทุกปี จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง
แต่ถามว่าในเชิงคุณภาพไม่อาจจับต้องได้ว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์อะไรบ้าง แล้วเหตุใดถึงได้ก้าวหน้าในทางการงาน
อาทิ ผลงานความก้าวหน้าขององค์กรในการพัฒนาการบริการแก่พี่น้องประชาชนด้วยเทคโนโลยี หรือผลสำเร็จของกิจกรรมหรือโครงการภาครัฐในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนว่าข้าราชการแต่ละคนได้ทำอะไรบ้าง หรือได้ปรับปรุงกฎระเบียบ หรือนวัตกรรมที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการให้บริการตามความต้องการได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น เป็นต้น
ดังนั้น จึงถึงเวลาที่จะปฏิรูปรูปแบบการทำงานภาครัฐเสียใหม่เสียทีต้องเน้นการทำงานเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ โดยมีผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์การันตีเพราะนี่คือภูมิคุ้มกันและภูมิป้องกันชั้นดีที่สุด สำหรับข้าราชการน้ำดีที่จะอยู่รอดในระบบเติบโตในหน้าที่การงานตามความรู้ความสามารถไม่ใช่เล่นเส้น
ฉะนั้นการปฏิรูประบบราชการควรเน้นเรื่องนี้







