posttoday
เศรษฐีกับรากหญ้า… คนละชนชั้น? (1)

เศรษฐีกับรากหญ้า… คนละชนชั้น? (1)

08 พฤศจิกายน 2560

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนในโลกนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศด้อยพัฒนา หรือแม้กระทั่งประเทศที่เป็นระบอบประชาธิปไตย หรือประเทศที่เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ อย่างเช่น จีนหรือรัสเซีย ล้วนแล้วแต่มีปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ซึ่งถ่างกว้างมากขึ้นไปเรื่อยๆ ผมเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวประเทศอังกฤษเป็นเวลา 28 วัน ในช่วงระยะเวลานั้น

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นอยู่เสมอก็คือกลุ่มคนที่เรียกว่าคนไร้บ้าน หรือพวกคนที่ไร้บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุ รวมทั้งคนวัยหนุ่มสาวอยู่บ้างพอสมควร โดยจะพบเห็นได้เกือบทุกเมืองที่ผมไปเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณหน้าทางเข้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ดูคนอังกฤษก็เอื้ออาทรกับคนกลุ่มนี้อยู่บ้างพอสมควร เห็นได้จากการที่เดินเข้าไปถามว่าอยากจะดื่มอะไร หรือรับประทานอะไรไหม และที่สะดุดตาอย่างยิ่งก็คือคนไร้บ้าน บางรายมีสุนัขข้างกาย พร้อมทั้งถุงใส่อาหารสุนัขขนาดใหญ่อยู่ข้างลำตัวด้วย เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าคนอังกฤษนิยมเลี้ยงสุนัข เพราะเวลาไปเดินสวนสาธารณะจะพบเห็นผู้คนเดินจูงสุนัขอยู่มากมาย

มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมาก คือ เขาจะติดป้ายบอกว่าให้สุนัขเดินนำหน้าคนจูง เพื่อที่จะให้คนจูงสามารถจะเห็นได้ว่าสุนัขของตนมีการแวะถ่ายอุจจาระหรือเปล่า เพื่อจะได้ทำความสะอาดทันที เพราะมิฉะนั้นถ้าถูกเจ้าหน้าที่พบเห็นและจับได้ ก็จะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง จึงทำให้ถนนหนทางในเมืองต่างๆ ของอังกฤษไม่เห็นมีอุจจาระสุนัขเรี่ยราดอยู่ตามถนน หรือในสวนสาธารณะก็ตาม

กลับมาที่ประเทศไทย มีข่าวว่าทางสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เตรียมที่จะขยับลดความคุ้มครองเงินฝาก ให้เหลือเพียง 10 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค. 2561 จากปัจจุบันที่คุ้มครองไม่เกิน 15 ล้านบาท และหลังจากวันที่ 11 ส.ค. 2563 เป็นต้นไป จะคุ้มครองเงินฝากเหลือเพียงบัญชีละ 1 ล้านบาทต่อสถาบันการเงิน ดูแล้วเหมือนกับว่าจะเป็นทุกข์ของเศรษฐี พอดีหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้ทำตารางแสดงปริมาณเงินฝาก แยกตามขนาด ณ เดือน ส.ค. 2560 ซึ่งแสดงให้เห็นตามภาพด้านบน

จากภาพจะเห็นได้ว่าในบัญชีที่มีเงินฝาก

1.ไม่เกิน 1 แสนบาท เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยจะพบว่าจะมีปริมาณเงินฝากเฉลี่ยเท่ากับ 7,691 บาท/บัญชี

2.เกิน 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยจะพบว่ามีปริมาณเงินฝากเฉลี่ยเท่ากับ 310,593 บาท/บัญชี

3.เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 25 ล้านบาท เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยจะพบว่ามีปริมาณเงินฝากเฉลี่ยเท่ากับ 3,212,448 บาท/บัญชี

4.เกิน 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยจะพบว่ามีปริมาณเงินฝากเฉลี่ยเท่ากับ 47,071,399 บาท/บัญชี

5.เกิน 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยจะพบว่ามีปริมาณเงินฝากเฉลี่ยเท่ากับ 199,088,264 บาท/บัญชี

6.เกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยจะพบว่ามีปริมาณเงินฝากเฉลี่ยเท่ากับ 1,531,263,299 บาท/บัญชี

ถ้าอนุมานว่าคนที่มีเงินฝากในบัญชีเกิน 25 ล้านบาทขึ้นไปเป็นเศรษฐี จะพบว่าในจำนวนเศรษฐี 43,463 คน หรือคิดเป็น 0.064%ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด มีจำนวนเงินฝากรวมกันแล้ว ทั้งหมด = 5,483,050 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42.95% ของจำนวนเงินฝากทั้งหมด นี่ยังไม่นับว่าในจำนวนเศรษฐีดังกล่าว อาจจะฝากในนามสามีภรรยาและบุตรหลานของตระกูลเดียวกันรวมอยู่ในนั้นด้วย แต่ก็คงมีเศรษฐีบางกลุ่มที่มีทรัพย์สินเกิน 25 ล้านบาท อาจจะไม่ได้ฝากธนาคาร แต่อยู่ในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น หุ้น ที่ดิน ตราสารหนี้ เป็นต้น จึงนับว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่ถ่างกว้างมาก ระหว่างคนรวยและคนจน

ถ้าอนุมานว่าคนที่มีบัญชีเงินฝากระหว่าง 1 ล้าน-25 ล้านบาท เป็นชนชั้นกลาง จะพบว่ามีจำนวน 1,389,250 คน หรือคิดเป็น 2.04% ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด ซึ่งนับว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น นี่ยังไม่นับรวมว่าบุคคลเดียวกัน แต่อาจจะมีบัญชีเงินฝากมากกว่า 1 บัญชีด้วยซ้ำ เมื่อรวมชนชั้นกลางกับกลุ่มที่เป็นเศรษฐี จะมีเพียง 2.104% ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมดเท่านั้น

เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้แล้ว ก็คงได้แต่ส่งความห่วงใยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดลงมาดูแล แล้วช่วยลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนให้ลดลงโดยไม่จำเป็นต้องทำให้คนรวยรวยน้อยลง เพราะไม่ใช่ความผิดที่เขารวย แต่ทำให้คนจนมีรายได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความขัดแย้งภายในสังคม น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกๆ ฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท