
ออมเงินกันไม่เป็น
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัญหาที่เกิดขึ้นและรับรู้กันไปทั่วก็คือ คนไทยออมน้อย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัญหาที่เกิดขึ้นและรับรู้กันไปทั่วก็คือ คนไทยออมน้อย
แต่ล่าสุดมีคำพูดของ รพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่บอกว่า นอกจากออมน้อยแล้ว ยังออมไม่เป็นอีกด้วย
นี่แหละ น่าปวดหัว
รพีบอกว่า ภาพรวมการออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ของพนักงานเอกชนของไทย ยังมีจำนวนน้อยทั้งที่เปิดให้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมานานถึง 30 ปี
ปัจจุบันมีภาคเอกชนเพียง 1.7 หมื่นราย หรือคิดเป็น 2.8% ของภาคเอกชนทั้งหมด ที่มีการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน
ขณะที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีอยู่เพียง 3 ล้านคน คิดเป็น 21.5% ของพนักงานในภาคเอกชนหรือแรงงานในระบบ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้ เปิดโอกาสให้ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง สมทบเงินได้ถึง 15% แต่พบว่า นายจ้าง-ลูกจ้างสมทบเงินเข้ากองทุนแค่ 4-5%
นั่นแสดงให้เห็นว่า นายจ้างก็ยังไม่อยากจ่ายมาก ลูกจ้างก็ไม่อยากเก็บเพิ่ม
ที่สำคัญในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้กว่า 80% ให้ผลตอบแทนต่ำมาก รพีมองว่าสะท้อนให้เห็นคนไทยออมน้อยและลงทุนไม่เป็น
เหตุที่รพีบอกเช่นนั้น ถ้าให้เดา ก็เป็นเพราะว่าการลงทุนในตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนที่ต่ำมาก
สิ่งที่ได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ก็คือดอกเบี้ย ที่ได้ไม่เท่าใด
นอกจากนั้นถ้านำเอาดอกเบี้ยที่ได้มาหักออกจากอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี ผลตอบแทนที่แท้จริงก็จะยิ่งต่ำลงไปอีก บางครั้งอาจถึงขั้นเป็นศูนย์หรือติดลบเสียด้วยซ้ำ
การลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ และเพียงพอต่อการดำรงชีพในยามชรา ก็คือการลงทุนรูปแบบอื่น โดยเฉพาะในหุ้น
แม้ว่าการลงทุนหุ้นจะมีความเสี่ยง แต่มีรูปแบบมากมาย ไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง อาทิ ไปซื้อผ่านกองทุนรวม หรือแม้กระทั่งในรูปแบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็สามารถเลือกกองทุนลงทุนในหุ้นได้
จากสถิติพบว่า หากเป็นการลงทุนระยะยาว อาทิ 10 ปีขึ้นไป การลงทุนในหุ้นจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดี แม้จะมีความผันผวนเป็นบางช่วง
ในปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า ไทยจะมีผู้สูงอายุ 20% ของประชากรทั้งหมด การออมเงินเพื่อให้มีใช้จ่ายอย่างเพียงพอหลังเกษียณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
ผลสำรวจของคณะอาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า เงินใช้จ่าย ณ วันเกษียณควรมีอย่างน้อย 3 ล้านบาทขึ้นไป แต่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่า 50% มีเงินสะสมน้อยกว่า 1 ล้านบาท
แสดงให้เห็นว่า สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินพอใช้หลังเกษียณ
และกลายเป็นโจทย์แก้ยากมาก สำหรับการออมน้อยและออมไม่เป็น
สุดท้ายถ้าแก่แล้วไม่พอกิน เห็นทีต้องพึ่งข้าววัดกระมัง







