posttoday
"ทอง"หลังเฟดคงดอกเบี้ย

"ทอง"หลังเฟดคงดอกเบี้ย

25 กันยายน 2560

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

สัปดาห์นี้จะเห็นได้ว่าราคาทองคำกลับมาเป็นทิศทางขาลงอีกครั้ง โดยตลาดขาดปัจจัยสนับสนุนทั้งสถานการณ์ตึงเครียดในเกาหลีเหนือที่ผ่อนคลายลงไป ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังมีสัญญาณของการขยายตัวก่อนทราบผลประชุมเฟด แม้จะมีข้อมูลเศรษฐกิจบางตัว อาทิ ยอดค้าปลีกที่ออกมาแย่ลง แต่ตลาดก็ไม่ได้ตอบรับเท่าไหร่นัก เนื่องจากมองว่าเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นจากพายุเฮอริเคนฮาร์วี่ย์ ที่พัดกระหน่ำในช่วงปลายเดือนที่แล้ว

ตลาดพุ่งประเด็นไปยังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามากกว่า เนื่องจากตลาดต้องการรอความชัดเจนว่าเฟดจะมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนมากขึ้น และในท้ายที่สุดเมื่อเฟดสิ้นสุดการประชุมในคืนวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาด คือ เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00-1.25% พร้อมประกาศแผนการปรับลดยอดงบดุลในพอร์ตจำนวน 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งในขั้นแรกจะทยอยปรับลดเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยยังคงเป็นการปรับลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะขยายวงเงินการปรับลดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ทุกไตรมาสเพื่อให้บรรลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน จนกว่ายอดงบดุลจะลดลง 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่านั้นในปีหน้า

อย่างไรก็ดี ภาพรวมเฟดยังมองทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้ปานกลาง โดยยังคงระดับเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ 2.4% และอัตราการว่างงาน 4.3% ในปีนี้ ทั้งนี้ เฟดให้สัญญาณว่าจะทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงสิ้นปีนี้ โดยกรอบดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ระดับ 1.25-1.5% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้ส่งผลให้นักลงทุนและตลาดการเงินกลับมาตอบรับและมองว่าในการประชุมระหว่าง 12-13 ธ.ค. เฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ 78% จากช่วงก่อนการประชุมที่มองโอกาสที่ระดับ 50% หรือต่ำกว่า

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐอายุ 10 ปี ตอบรับกับข่าวดังกล่าวโดยทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์บริเวณ 2.289% จึงหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์มีอัตราการปรับตัวขึ้นระดับวันมากที่สุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์บริเวณ 92.426 จุด อย่างไรก็ดี เฟดมีการหั่นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวลงสู่ระดับ 2.7% จากประมาณการเดิมที่ระดับ 3.0% แต่ยังเชื่อมั่นว่าปีหน้าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้จำนวน 3 ครั้งในปีหน้า และอีก 2 ครั้งในปี 2562

จะเห็นได้ว่า ตลาดการเงินส่วนใหญ่มีการปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงมาเกือบ 20 ดอลลาร์ จากระดับสูงสุดประมาณ 1,315.85 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลงหลุดต่ำกว่าระดับ 1,300 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา และมาทำระดับต่ำสุดประมาณ 1,295.88 ดอลลาร์ หลังทราบผลประชุมเฟด และมีการปรับตัวลงต่อในช่วงปลายสัปดาห์ทำระดับต่ำสุด 1,287 ดอลลาร์ จึงทำให้ภาพของทองคำดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ดี หากตลาดยังคงให้น้ำหนักความสำคัญกับกรอบเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐอยู่ในแนวโน้มสดใสก็มีโอกาสที่หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และจะยิ่งเป็นปัจจัยที่เข้ากดดันราคาทองคำ

วิเคราะห์เทคนิค

ภาพทางเทคนิคของทองคำจะเห็นได้ว่าราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงหลุดระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 1,300 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาทองคำในสัปดาห์หน้ายังไม่สามารถยืนเหนือ 1,300 ดอลลาร์ได้ ก็มีโอกาสที่ราคาทองคำจะกลับลงมาทดสอบ จุดต่ำสุดเดิมที่ระดับ 1,285 ดอลลาร์ โดย ณ ขณะนี้ ราคาทองคำระยะสั้นและระยะยางกลับมาเป็นทิศทางขาลง ขณะที่ระยะยาวราคาเริ่มมีการ Breakout หลังจากที่ราคาหลุด 1,300 ดอลลาร์ลงมา กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะ Open Short เมื่อราคามีดีดกลับทางเทคนิค โดยเป็นลักษณะหาจังหวะเปิดสถานะขายก่อนเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น และขายปิดทำกำไรเมื่อราคาย่อตัวลงมา

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ