posttoday
โชคดีที่ตายก่อน

โชคดีที่ตายก่อน

15 กันยายน 2560

กระทรวงการคลังกำลังเร่งทำมาตรการการออมแห่งชาติ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุใน 15 ปีข้างหน้า

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

กระทรวงการคลังกำลังเร่งทำมาตรการการออมแห่งชาติ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุใน 15 ปีข้างหน้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือรัฐบาลต้องเตรียมเงินปีละ 6-7 แสนล้านบาท เพื่อดูแลผู้สูงอายุ และอาจไม่มีเงินเพียงพอ

ทางออกก็คือจะต้องให้ประชาชนช่วยกันเก็บออมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พอกินพอใช้ บรรเทาภาระรัฐบาลลงมา

แต่ดูไปดูมาก็ทำท่าจะช้าไปกระมัง

เพราะสังคมไทยเลิกคิดถึงค่านิยมในอดีต อย่าง มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท มาเนิ่นนาน

สิ่งที่กลายเป็นค่านิยมหลักไปแล้วก็คือ กินหรู อยู่สบาย เอาเงินอนาคตมาใช้ กู้กันไว้ดีกว่า

ตัวเลขที่ฟ้องชัดเจนคือยอดหนี้ครัวเรือนที่กลายเป็นปัญหาหลักของประเทศ จะขยับไปทางไหนก็ติดๆ ขัดๆ ไปหมด

ที่ผ่านมาปัญหาผู้สูงอายุยังไม่รุนแรงเท่าใด เนื่องจากแต่ก่อนบ้านเมืองเรายังเป็นสังคมเกษตรกรรม พืชสวนไร่นาในต่างจังหวัดสามารถซึมซับผู้สูงอายุให้อยู่อาศัยได้พอประมาณ

ปัจจุบันสังคมเกษตรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม

รายได้จากภาคเกษตรกรไปไม่ทันกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายจ่ายนอกเหนือการซื้อปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมือถือราคาแพง รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ฯลฯ

ภาคเกษตรจึงไม่สามารถโอบอุ้มทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ได้อีก

ขณะเดียวกันสังคมไทยที่เคยเป็นครอบครัวใหญ่ เครือญาติ อุ้มชูกัน สภาพก็เปลี่ยนไป เฉพาะคนหนุ่มสาว สร้างครอบครัว แค่เลี้ยงตัว เลี้ยงลูกเลือดตาแทบกระเด็น จะไปเลี้ยงดูผู้สูงอายุเหมือนเก่าคงยากอีก

ทุกอย่างก็ต้องเก็บ ต้องหาเอาไว้เอง

แต่จากตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พบว่า ประชากรคนไทยมีแค่ 2% เท่านั้นที่มีความพร้อมทางการเงินสำหรับรับสังคมผู้สูงอายุ พร้อมสำหรับการเกษียณ

ที่น่าตกใจก็คือกว่าครึ่งหรือ 56% ของคนไทย ไม่มีหลักประกัน หรือไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณอายุ และที่เหลือมักเตรียมพร้อมแต่ทว่ารายได้หลังเกษียณก็ทำท่าจะไม่พออยู่ ไม่พอกิน

เรียกได้ว่าคนทำงานยุคนี้เตรียมพร้อมกันน้อยเกินไป

คงต้องไปหวังคนยุคต่อไปที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน

สังคมแห่งการออม ไม่เพียงแต่จะต้องบังคับเพื่อการออมมากยิ่งขึ้น บังคับการประกันสวัสดิการต่างๆ มากขึ้นเท่านั้น แต่ควรจะต้องลงไปถึงระดับรากฐานสร้างค่านิยมใหม่ ให้อดออม อย่าอายทำกิน อย่าดูหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา

เหล่านี้คือสิ่งที่จะช่วยบรรเทาภาระ หรือปัญหาในอนาคตได้

แต่สำหร้บคนที่จะเกษียณในระยะเวลา 10-15 ปีข้างหน้า ก็น่าเหนื่อย ด้วยเหตุที่ในวัยทำงานที่ผ่านมาเตรียมตัวรับมือกับการเกษียณอายุเอาไว้น้อยเกิน เวลาที่เหลือก็เก็บกันไม่ทัน

และคงต้องเหมือนกับคำที่ว่ากันเอาไว้ว่า

ที่สุดแห่งความเสียดาย คือตายไปแล้วใช้เงินไม่หมด

ที่สุดแห่งความสลด คือใช้เงินหมดแล้วยังไม่ตาย n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท