
ชักไม่สวยละ
กลับจากเดินสายไปเปิดหูเปิดตา ดูการทำมากินของประเทศเพื่อนบ้าน
โดย...สันทัด กรณี
กลับจากเดินสายไปเปิดหูเปิดตา ดูการทำมากินของประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเดินทางกลับมาดูเหมือนว่า รัฐบาลนายกฯ ลุงตู่ ทำอะไรท้าทายความรู้สึกของประชาชนไม่เบา
จู่ ครม.มีมติเห็นชอบให้เด้ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจากเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) เข้ากรุเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
มิหนำซ้ำเมื่อ พ.ต.ท.พงศ์พร ทักท้วงด้วยการทำหนังสือถึง คุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และคุณจิรชัย มูลทองโร่ยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแย้งคำสั่งว่า เป็นไปโดยไม่ชอบ
แทนที่ผู้เกี่ยวข้องจะคุยกันด้วยเหตุผล... ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลับลงดาบสอง มีคำสั่งมอบหมายงานให้ พ.ต.ท.พงศ์พร ในฐานะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบเขตตรวจราชการพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้
เฮ้อ! พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ นาทีนี้ใครบอกว่าไม่รู้จักคงไม่ได้ เพราะฝากฝีมือสร้างความประทับใจให้กับพุทธศาสนิกชนมาโดยตลอด ทั้งกรณีวัดพระธรรมกาย ไล่ชำระความธัมมชโย
และที่สะเทือนลั่นอาณาจักรสงฆ์ คือ กวาดล้างพฤติกรรมมิชอบของคนในสำนักงานพุทธฯ ที่ร่วมมือกับวัด โกงเงินทำนุบำรุงพระศาสนาอันเป็นงบประมาณแผ่นดิน ในรูปเงินทอนวัด เมื่อสืบลึกเข้าก็พบว่ามี เจ้าอาวาสวัดดังๆ และไม่ดัง พระผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่พระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นกรรมการในมหาเถรสมาคม
ผลงานที่ยกมากล่าวทำให้พุทธศาสนิกชน ปรบมือส่งเสียงเชียร์กันสนั่นหวั่นไหว หวังเห็นพุทธอาณาจักรในประเทศไทยกลับคืนสู่สถานะอันเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
ขณะเดียวกันก็มีผู้ต่อต้าน คือ บรรดาผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกตรวจสอบและตรวจพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการรวมกลุ่มกันออกแถลงการณ์เปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลปลด พ.ต.ท.พงศ์พร พ้นจากเก้าอี้ ผอ.พศ.
เมื่อมีที่มาเป็นอย่างนี้ ที่ไปเป็นอย่างนี้ มันก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้องเผชิญสายตาที่มองมาอย่างเคลือบแคลงใจ
ครับ กรณี พ.ต.ท.พงศ์พร ทำให้นึกย้อนไปถึง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ มือปราบขบวนการค้ามนุษย์ ผู้กอบกู้ชื่อเสียงของประเทศไทยให้กลับคืนมาให้หลุดพ้นจากบัญชีดำ เทียร์3 ของสหรัฐ หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐ และไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ มาอยู่ที่เทียร์2
ผลงานจากความทุ่มเทของ พล.ต.ต.ปวีณ สามารถนำคนร้าย 62 คน เข้าคุก ซึ่งมีทั้งทหารระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีอิทธิพล แทนที่จะได้รับความดีความชอบ สิ่งที่ทำกลับถูกโยกย้ายสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เขตอิทธิพลของขบวนการค้ามนุษย์ หรือถูกส่งเข้าพื้นที่สังหาร ซึ่ง พล.ต.ต.ปวีณ ขอให้ทบทวนคำสั่งย้ายแต่ไม่เป็นผล ท้ายที่สุดต้องลาออกจากราชการและ ลี้ภัยไปอยู่ออสเตรเลียเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวและตัวเอง
ครับ...ทั้งสองเรื่องล้วนไม่มีผลดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว







