
รถยนต์จะผลิตจากไม้
รถยนต์ในอนาคตจะมีชิ้นส่วนที่ทำจากไม้มากยิ่งขึ้น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รถยนต์ในอนาคตจะมีชิ้นส่วนที่ทำจากไม้มากยิ่งขึ้น
เรื่องนี้กำลังเป็นจริง โดยบรรดาบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อาทิ เดนโซ่ และไดเคียวนิชิกาวา ที่ผลิตชิ้นส่วนให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง โตโยต้า กำลังศึกษาการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำจากเยื่อไม้
เท่าที่ศึกษาชิ้นส่วนที่ทำจากเยื่อไม้จะมีน้ำหนักเพียง 1 ใน 5 และมีความแข็งแกร่งมากกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับเหล็ก
การค้นคว้าวิจัยนี้ ได้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่น เช่น มหาวิทยาลัย เกียวโต เป็นผู้ที่ทดลองในการนำชิ้นไม้สับมาผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อผลิตเป็นเนื้อเยื่อ และผ่านเทคโนโลยีการผลิตระดับหน่วยนาโน เพื่อให้ได้สิ่งที่เรียกว่า เซลลูโลส นาโนไฟเบอร์ (Cellulose Nanofibers) ที่จะมาทดแทนเหล็กในอุตสาหกรรมยานยนต์
การหาวัสดุใหม่ที่ทำให้น้ำหนักรถเบากว่าเดิม คงทนกว่าเดิม เป็นโจทย์ที่วงการอุตสาหกรรมรถยนต์ต้องตีให้แตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เนื่องจากน้ำหนักรถที่เบา หมายถึงการขับเคลื่อนที่เร็วขึ้น การใช้ไฟฟ้าที่ลดลง และขนาดของแบตเตอรี่ผลิตไฟฟ้าที่เล็กลงด้วย
เซลลูโลส นาโนไฟเบอร์ ถูกวิจัยและพัฒนาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่การลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงกว่าเดิมในปัจจุบัน โดยต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 9 เหรียญ ขณะที่ต้นทุนการผลิตโดยเหล็กและอะลูมิเนียมอัลลอยอยู่ที่ 2 เหรียญ
ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น แม้แต่อุตสาหกรรมการบิน เซลลูโลส นาโนไฟเบอร์ ก็กลายเป็นความหวังในการผลิตชิ้นส่วนที่เบาและแข็งแรง
ในปี 2563 มหาวิทยาลัยเกียวโต วางแผนจะผลิตรถยนต์ต้นแบบที่ใช้เซลลูโลส นาโนไฟเบอร์
ความคิดในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยนาโนไฟเบอร์ ไม่ใช่สิ่ง ที่เพ้อฝัน โดยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสหรัฐต้องการลำเลียงกองกำลังทหารขนาดใหญ่ไปยังยุโรป โดยไม่ต้องการใช้การลำเลียง ทางเรือ เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของเยอรมนี จึงเกิดโครงการก่อสร้างเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นมา ภายใต้รหัส เอช-4 (Hercules H-4)
ข้อกำหนดที่ยากเย็นของ H-4 มีหลายประการ และที่โหดหินมากๆ คือห้ามใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักเพราะเป็นของที่หายากในยามสงคราม
ปรากฏว่า โฮวาร์ด ฮิวจ์ส (Howard Hughes) มหาเศรษฐีของสหรัฐ รับดำเนินการ โดยออกแบบเครื่องบินที่ขึ้นจากน้ำ และเลือกใช้ไม้เบิร์ช (Birch) ที่เป็นไม้สีอ่อนคล้ายไม้สน สร้างเรือบินทั้งลำ
เอช-4 ครองความเป็นเรือบินที่ใหญ่ยักษ์ที่สุดอยู่นาน ด้วยความยาวเกือบ 70 เมตร และปีกที่กางออกเกือบ 100 เมตร
ผู้คนที่เห็นเครื่องบินดังกล่าว ต่างไม่เชื่อว่า มันจะบินได้ และการที่มีรูปร่างลักษณะที่ใหญ่โต ไม่เหมือนเครื่องบินปกติ จึงทำให้ถูกตั้งฉายาว่า แม่ห่านบิน (Spruce Goose)
อนาคตจึงอาจได้เห็นรถยนต์ผลิตจากไม้เป็นแม่ห่านวิ่งก็เป็น ไปได้







