
เงินติดปีกบินหนีไป
ตัวเลขที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจก็คือเงินลงทุนไหลออกไปจากประเทศ
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ตัวเลขที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจก็คือเงินลงทุนไหลออกไปจากประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลบัญชีทุนเคลื่อนย้ายล่าสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ามีเงินทุนไหลออกสุทธิ 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.5 แสนล้านบาท
เงินไหลออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ทั้งในแง่การซื้อหุ้นในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซื้อตราสารหนี้ การนำเงินออกไปฝากในต่างประเทศ รวมถึงไปซื้อกิจการ
ภาวะการไหลออกของเงินทุนแสดงให้เห็นว่า บริษัทเอกชนของไทยเลือกจะลงทุนต่างประเทศ มากกว่าการลงทุนในประเทศ
ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทุนไทยออกไปลงทุนทางตรงในต่างประเทศเพื่อซื้อกิจการ ไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น หุ้น พันธบัตรในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นด้วย
ยิ่งไปดูตัวอย่างเมื่อปีที่แล้ว มีบริษัทถึง 198 แห่ง ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไปลงทุนต่างประเทศทั้งลักษณะการเข้าไปซื้อกิจการ ลงทุนในกิจการร่วมค้า
เหตุผลก็เพราะการลงทุนต่างประเทศให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เงินทุนจึงไหลจากที่ต่ำไปยังที่สูง คือไปหาสิ่งที่กำไรมากกว่า
ในช่วงปี 2549-2559 บริษัทจดทะเบียนมีรายได้จากต่างประเทศเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี ในขณะที่รายได้ในประเทศเติบโตเฉลี่ยแค่ระดับ 3% ต่อปี
หากพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่ามี 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่รายได้จากต่างประเทศเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ในประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มบริการ
สำหรับมูลค่าการลงทุนพบว่า ในปี 2559 บริษัทจดทะเบียนไทยมีมูลค่าเงินลงทุนทางตรงในต่างประเทศทั้งสิ้น 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีมูลค่าลงทุน 7.5 หมื่นล้านบาท
ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ 78% ลงทุนในอาเซียน และ 59% ลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี คือกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม
หากพิจารณารายประเทศในอาเซียน พบว่าสิ้นปี 2559 มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนลงทุนในประเทศเมียนมามากกว่าในประเทศอื่น เพราะเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตดี รวมทั้งมีโอกาสทางธุรกิจที่เด่นชัด
ภาวะเงินทุนไหลออกไปแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ก็ยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นประเด็นที่ต้องคิดให้ดีว่าจะกลับหัวกลับหางให้หันมาลงทุนในประเทศได้อย่างไร
จริงอยู่แม้การลงทุนต่างประเทศจะได้รับผลตอบแทนในแง่กำไรและเงินปันผล แต่สิ่งที่จะสูญหายไปจากระบบเศรษฐกิจคือการจ้างงาน การกระจายรายได้ การสร้างธุรกิจอื่นๆ ที่ต่อเนื่องตามมา
ยิ่งไปเทียบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศที่ไม่ฟื้นตัวดีนัก เหล่านี้คือสิ่งสะท้อนให้เห็นภาวะความน่าสนใจในด้านการลงทุนของบ้านเราที่ลดลง
ญี่ปุ่นเคยประสบปัญหาเงินเยนแข็งตัว และก็มีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปต่างประเทศ จนสุดท้ายส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างจัง
แล้วเราจะแต่งหน้าทาปากอย่างไร ให้เงินไหลกลับมาลงทุน







