
อีอีซี ซูโจว และอินชอน
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย
เมื่อพุธที่ 26 ก.ค. 2560 ผมได้ไปบรรยายเรื่อง “ศักยภาพอีอีซีของไทย กับเขตอุตสาหกรรมซูโจว (Suzhou) และเขตเศรษฐกิจเสรีอินชอน (Incheon)” ในงานสัมมนาใหญ่ของกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง ”Thailand Industry Expo 2017” จัดที่อิมแพค เมืองทองธานี ผมขอเริ่มอย่างนี้ครับว่า อีอีซีของไทยนั้น ต้องผลักดันให้เป็น “ศูนย์กลางภูมิภาคและเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจโลก” หรือ “One Region Global Corridor” ให้ได้
นั้นหมายความว่า อีอีซีไทยสามารถเชื่อมโยงได้ 5 ระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญและ 3 ประเทศใหญ่คือจีน อินเดีย และอาเซียนคือ 1. การเชื่อมโยงกับประเทศจีนผ่านทางโครงการ One Belt One Road (OBOR) และ 6 ระเบียงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ OBOR ซึ่งผ่านทางเส้นทางรถไฟสิงคโปร์-คุณหมิง (Singapore-Kunming Rail Link : SKRL) และท่าเรือฝั่งตะวันออกของจีนที่เป็นจุดเริ่มต้นของทางทะเลของ OBOR แม้ว่าโดยหลักการแล้วไทยไม่อยู่บนเส้นทางทะเลของจีนก็ตาม แต่สินค้าที่ไทยส่งไปท่าเรือจีนนั้นร้อยละ 40 ลงที่ท่าเรือกว่างโจว ตามด้วยท่าเรือเซี่ยงไฮ้ร้อยละ 17 ท่าเรือในมณฑลเจียงซูร้อยละ 12 (ท่าเรือสำคัญคือท่าเรือเหลียงหยุนกัง) และท่าเรือชิงเต่าในมณฑลซานตง 2. เชื่อมโยงกับประเทศอาเซียนและจีนผ่านทางระเบียงเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโชงหรือ GMS (Greater Mekong Sub Region) ทั้งระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor : NSEC) ที่vมี 2 เส้นทางสำคัญคือ R3A กับ R3B ระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) ทั้งเส้น R6 (สระแก้ว พนมเปญ โอจิมินห์) และ R10 เกาะกง สีหนุวิล พนมเปญ โฮจิมินห์) EWEC ได้แก่ เส้น R9 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) R12 (นครพนม-ท่าแขก แขวงคำม่วน) และ R8 (นครพนม-ท่าแขก แขวงคำม่วน) และความร่วมมือเศรษฐกิจสามฝ่ายหรือ IMTGT (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle)
3.การเชื่อมโยงกับประเทศอินเดียและอาเซียนคือระเบียงเศรษฐกิจแม่โขง-อินเดียหรือ MIEC (Mekong India Economic Corridor) ระหว่างโครงการทวายกับท่าเรือเชนไน รัฐทมิฬ นาฑู ที่สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทาง SEC นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับโครงการสุวรรณจตุรพักตร์ (Golden Quadrilateral) ที่เชื่อม 4 เมืองสำคัญของอินเดียคือ เชนไน มุมไบ เดลลี่ และกัลกัตตา และเชื่อมโยงกับทางหลวงไตรภาคอินเดีย-พม่า-ไทย (India- Myanmar-Thailand Trilateral Highway) จากรัฐมณีปุระในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียกับมัณฑะเลย์และแม่สอดของไทยระยะทาง 1,360 กม. สำหรับการพัฒนาเมืองใหม่ซูโจว (Suzhou) ในมณฑลเจียงซู (Jiangsu) ในภาคตะวันออกของประเทศจีน เป็นการพัฒนาร่วมกันกับประเทศสิงคโปร์มีชื่อย่อว่า “CSSIP (China Singapore Suzhou Industrial Park)” ตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2537 จีนถือหุ้น 52% และสิงคโปร์ 28% โดยมีเป้าหมายการเป็นเมืองอุตสาหกรรม ศูนย์กลางธุรกิจและท่องเที่ยวที่บริหารจัดการโดยเทคโนโลยี่และนวัตกรรมขั้นสูง
ซูโจวมีพื้นที่อุตสาหกรรมทั้งหมด 180,000 ไร่ และเป็นพื้นที่ที่ร่วมพัฒนากับสิงคโปร์ 50,000 ไร่ SIP แบ่งพื้นที่ออกเป็นเขตนวัติกรรมทางวิทยาศาสตร์ ศูนย์กลางธุรกิจ ศูนย์กลางวิทยาศาสตร์นิเวศวิทยา เขตการค้าเสรี เขตอุตสาหกรรมไฮเทค และเขตท่องเที่ยว ตำแหน่งที่ตั้งของ SIP นั้นห่างจากเซียงไฮ้ 100 กม. ติดกับมณฑลซานตง (Shandong) ทางตอนเหนือและห่างจากเมืองเอกจีหนาน (Jinan) 784 กม. ห่างจากเมืองเอกหังโจว (Hangzhou) ของมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ทางตอนใต้ 161 กม. ซูโจวให้ความสำคัญกับการเป็นหมู่บ้านเกษียณและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์วัฒณธรรม พิพิธภัณฑ์ ศูนย์แสดงสินค้า โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลนานาชาติ และกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว 45% ของ SIP ซูโจวมีการระบบบำบัดน้ำเสียที่เรียกว่า “Wastewater Treatment Plant Sharing (WTPS)” ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายของโรงงานลดลงได้ถึง 167 เท่า และซูโจวเน้นอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ที่มีการใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูงและทันสมัยใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้นคือ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และเครื่องจักร ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่บริษัท Philips, AMD, Samsung, IBM และ Oracle เป็นต้น
ขณะที่บริษัทรถยนต์และเครื่องจักร ได้แก่ BOSCH, Tyco, Delhi, GM, Siemens และ GE เป็นต้น ส่วนการบริหารจัดการและสิทธิประโยชน์นั้นพบว่า ซูโจวถูกกำกับโดยรัฐบาลจีนและสามารถอนุมัติโครงการภายใน 10 วัน (สำหรับโครงการที่มูลค่าไม่เกิน 30 ล้านดอลล่าร์) ซูโจวมีกองทุนการวิจัย เช่น Guochung Fund Biobay, Nanopolis, Creative Industrial Park และ DuShu Lake Innovation and Technology และสามารถเช่าที่ดินได้ 50 ปี ส่วนเขตเศรษฐกิจเสรีอินชอน (Incheon Free Economic Zone : IFEZ) นั้นเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจของเกาหลี (เขตเศรษฐกิจเกาหลีใต้แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ Free Investment Zone, Free Economic Zone และ Free Trade Zone) ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจเสรีแรกของเกาหลีที่ต้องการให้เป็นศูนย์กลางของเอเซียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยต้องการขายความเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี่ แรงงานมีทักษะ โลจิสติกส์ทั้งท่าเรือและสนามบินอันดับหนึ่งของเกาหลีและความทันสมัยของการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม มีการแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่คือ ซองโด (Songdo) 4,000 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจสากล การศึกษาระดับนานาชาติ เมืองนานาชาติระดับพรีเมี่ยมและเขตพัฒนาท่าเรืออินชอน เกาะเยียงจอง (Yeongjong) ที่เป็นที่ตั้งสนามบินอินชอน เป็นคลัสเตอร์อากาศยานและเขตอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเมืองใหม่ และชองนา (Cheongna) เป็นเขตท่องเที่ยวและการศึกษารวมทั้งเขตอุตสาหกรรมไฮเทค







