
ARCH โปรเจกต์
สืบเนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียนที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
โดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
สืบเนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียนที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น (ไจกา) จัดฝึกซ้อมแผนการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติของ 10 ประเทศอาเซียน
ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการทางการแพทย์และสาธารณสุขของอาเซียน หรือ ARCH project (The Project for strengthening the ASEAN Regional Capacity on disaster health management)
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ. บอกว่า การจัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อให้บุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉินในแต่ละประเทศได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงแนวทางการเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติหลากหลายกรณี อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ตึกถล่ม สึนามิ เป็นต้น
รวมทั้งได้ร่วมเรียนรู้ทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติผ่านการใช้ตัวอย่างจากกรณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของแต่ละประเทศ
ARCH project มีเป้าหมายสำคัญภายใน 3 ปี คือ 1.การสร้างระบบประสานงานระหว่างประเทศ ที่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติจะสามารถประสานงานกันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 2.ส่งเสริมให้แต่ละประเทศมีทีมแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติที่มีความชำนาญ สามารถออกไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การฝึกซ้อมในครั้งนี้ สมมติเกิดเหตุการณ์สึนามิในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ และมีทีมแพทย์ฉุกเฉินจากทุกประเทศในอาเซียน รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ภายใต้การควบคุมกำกับโดยสำนักงานสาธารณสุขในแต่ละจังหวัด โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานระดับเขตที่ให้การสนับสนุน
และมีกองสาธารณสุขฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุขและ สพฉ. เป็นผู้ประสานงานกับทีมแพทย์ของประเทศต่างๆ
การฝึกซ้อมในภาคปฏิบัติ โดยผ่านกิจกรรมการตั้งเต็นท์โรงพยาบาลสนามตามจุดต่างๆ กระจายไปใน 3 จังหวัด คือ จ.กระบี่ ภูเก็ต และพังงา โดยมี จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแม่ข่ายในการประสานงาน
การตั้งเต็นท์โรงพยาบาลจะคล้ายกับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมา โดยแต่ละเต็นท์จะมีทีมแพทย์ฉุกเฉินของแต่ละประเทศประจำการอยู่ประเทศละ 5 คน
แบ่งเป็นหัวหน้าทีม 1 คน และสมาชิกของทีม 4 คน พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นคอยเป็นที่ปรึกษาทุกจุดทุกเต็นท์รวม 10 คน
จากนั้นจะมีการปล่อยคนไข้ซึ่งเป็นนักแสดงที่เป็นนักเรียนในพื้นที่จำนวน 195 คนเข้าไป เพื่อให้ทีมแพทย์ในแต่ละเต็นท์ประเมินสถานการณ์ และเข้าให้การช่วยเหลือ ขณะให้การช่วยเหลือ แต่ละเต็นท์แต่ละจุดก็จะมีการประสานปรึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการตอบโต้ภัยพิบัติร่วมกันตลอด
เป้าหมายสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกทีมใน 10 ประเทศอาเซียน จะได้รับการพัฒนาศักยภาพในการช่วยเหลือทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน
ทุกทีมก็จะได้ร่วมนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศของตนเองต่อไป







