
ถอดรหัสอัตราดอกเบี้ย
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งล่าสุดที่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% แฝงนัยและความหมายเอาไว้พอสมควร
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งล่าสุดที่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% แฝงนัยและความหมายเอาไว้พอสมควร
เริ่มแรกก็คือเกี่ยวกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ
แม้ กนง.จะปรับเพิ่มอัตราการเติบโตจากระดับ 3.4% เป็น 3.5% หรือเพิ่มขึ้น 0.1% แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีจนเกินไปนัก
เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจมาจากการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเท่านั้น
แต่ทว่าผลดีจากการส่งออกยังไม่กระจายตัว หรือกระจายความมั่งคั่งไปยังภาคส่วนอื่นๆ อาทิ รายได้ของภาคแรงงานในภาคการผลิตยังไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนั้นอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ยังไม่ได้รับผลดี และกลายเป็นข้อกังวลเสียด้วยซ้ำถึงความสามารถในการแข่งขันที่มีอยู่
สิ่งที่ตามมาอีกก็คือกำลังซื้อในระบบไม่ขยับ และอัตราเงินเฟ้อที่สะท้อนค่าใช้จ่ายของประชาชนก็หดตัวลงกว่าที่เคยคาดไว้
ขณะเดียวกัน แม้อัตราดอกเบี้่ยนโยบายจะคงที่ในระดับ 1.5% แต่ถ้ามองถึงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งเกิดจากการนำเอาอัตราดอกเบี้ยไปลบกับอัตราเงินเฟ้อ จะพบว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ 0.03%
นั่นแสดงว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันผิดปกติ และยังคงอยู่ในระดับต่ำใครที่มีเงินฝากก็จะประสบปัญหาผลตอบแทนที่ได้อยู่ในภาวะขาดทุน เมื่อหักลบด้วยภาวะราคาสินค้าค่าครองชีพ
ปกติเมื่อเกิดสภาพเช่นนี้ ก็จะเป็นแรงส่งในการผลักดันเงินฝากออกไปจากระบบ ให้เอาไปลงทุน เพื่อจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
แต่การลงทุนยังไม่ขยับ โดยขยายตัวในระดับต่ำ ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยจูงใจ
ภาระหนักจึงตกอยู่กับรัฐบาลที่ยังคงต้องเป็นกลไกหลักในการผลักดันเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงานอย่างต่อเนื่อง
สภาพที่เป็นอยู่ทำให้หลายสำนักประเมินว่า กนง.อาจจะต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเช่นนี้ไปอีกราวๆ 1 ปี
และที่ตามมาคือคำเตือนที่ว่า การที่ไทยคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิมต่อไป ขณะที่สหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะทำให้เกิดสภาพที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐขยับแซงหน้าอัตราดอกเบี้ยของไทย
เมื่อนั้นจะส่งผลถึงอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต
เพราะการที่ดอกเบี้ยของสหรัฐขยับ ขณะที่ดอกเบี้ยไทยอยู่ระดับต่ำ อาจก่อทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากขึ้นกว่าเดิม
และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก การท่องเที่ยว ฯลฯ จะได้รับผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน กลับทิศทางไปมา
ทั้งหมดคือนัย หรือความหมายจากนโยบายการเงิน ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ในระดับคงที่
รวมความแล้วจึงแปลตรงตัวได้ว่า ยังต้องเหนื่อยกันไปอีก
จะสู้ตาย สู้โว้ย หรือจะสู้ไม่ไหวแล้ว ก็ต้องเลือกเอา







