
หากินแบบนี้ก็มีด้วย
การทำมาหากินยุคนี้มีธุรกิจแปลกๆ เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การทำมาหากินยุคนี้มีธุรกิจแปลกๆ เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างที่จะพูดถึงเป็นการไปจดชื่อบริษัทเก็บเอาไว้เป็นกระตัก เป็นสิบๆ บริษัท โดยเฉพาะคัดเอาชื่อบริษัทที่มีเสียงคุ้นหู หรือมีชื่อโด่งดัง หรือทำท่าจะดัง
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วมันจะทำเงินอย่างไร
อันนี้ง่ายๆ ก็เหมือนกับการไปจองชื่อโดเมนของอินเทอร์เน็ตเก็บเอาไว้ ถ้ามีชื่อโดเมนที่ติดปาก ติดหู ก็จะขายได้ราคาดี
วิธีการจองชื่อบริษัทเก็บเอาไว้ ก็เลียนแบบคล้ายๆ กัน โดยหากมีใครมาจดทะเบียนตั้งบริษัท แล้วเกิดชื่อซ้ำกัน ก็กลายเป็นธุรกิจในการขายชื่อบริษัทที่ไปจดกันไว้ล่วงหน้า
นั่นเป็นกลุ่มแรกที่ทำมาหากินได้
อีกกลุ่มที่ทำ ชักจะโหดขึ้น โดยไม่เพียงแต่ไปจดขอชื่อบริษัทที่คุ้นหูเท่านั้น กลุ่มนี้จะไปสอดส่องว่ามีบริษัทที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว เป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่พอสมควร มีชื่อใกล้เคียงกับที่กลุ่มตัวเองไปจดเอาไว้หรือเปล่า
ถ้าไปพบกิจการที่มีชื่อใกล้เคียง หรือออกเสียงคล้ายกันมาก ก็จะมีการยื่นโนติสให้บริษัทนั้น เปลี่ยนแปลงชื่อไปเสีย โดยอ้างว่าซ้ำกับชื่อที่ตัวเองไปจดทะเบียนเอาไว้
นี่แหละ มันกลายเป็นเรื่องเป็นราวทางกฎหมายนัวเนีย โดยหากบริษัทที่ถูกยื่นโนติสไม่อยากจะมีปัญหา ตัดรำคาญ ก็จ่ายๆ เงินไปเพื่อหมดเรื่อง เนื่องจากธุรกิจก็ทำไปแล้ว ถ้าเปลี่ยนชื่อก็จะยุ่งวุ่นวาย
แต่หากบริษัทไหนไม่ยอม ก็ว่ากันยาว
เรียกว่าเป็นการทำธุรกิจแบบขาโหดคงไม่ผิด
แต่ยังมีอีกกลุ่มที่ไปยื่นจดชื่อบริษัท แล้วก็โดนของแข็งเช่นเดียวกัน เพราะดันไปซ้ำหรือใกล้เคียงกับบริษัทที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว
บริษัทที่รู้ว่ามีมือดีไปจดทะเบียนชื่อใกล้กันก็จะเอากลับ ด้วยการยื่นจดหมายคัดค้านไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ถอนชื่อบริษัทที่จดไปทิ้งไปเสีย หรือบางทีก็ไปเล่นงานถึงตัวบริษัทที่จดทะเบียนภายหลัง กะเอาให้เข็ด ให้หลาบจำประมาณนั้น
คำถามที่ตามมาก็คือที่ทำๆ มันคุ้มหรือ
คำตอบก็คือน่าจะคุ้ม
เพราะการจดทะเบียนตั้งบริษัทนั้น ตามกฎหมายกำหนดว่าต้องมีการยื่นจองชื่อก่อน โดยสามารถยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้
ถ้าได้ชื่อ ขั้นตอนต่อไปคือการจดทะเบียนบริคณห์สนธิ คือเอาชื่อที่ได้รับไปจดจองชื่อเอาไว้
ค่าใช้จ่ายสำหรับการจดบริคณห์ฯ ก็แค่ 500 บาท สำหรับกิจการที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท
จากนั้นเมื่อจดบริคณห์ฯ แล้ว ใครจะมาตั้งบริษัทใช้ชื่อซ้ำไม่ได้
ตามกฎหมายยังกำหนดอีกว่า หลังจากจดบริคณห์ฯ ให้ไปยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทภายใน 10 ปี มีเวลาคาชื่อไว้ไม่ต้องรีบร้อน
และบริษัทพวกนี้ไม่ต้องทำบัญชี ไม่ต้องมีการทำธุรกิจ โดยปล่อยคาเอาไว้ เมื่อถึงเวลาก็ถูกขีดชื่อฆ่าทิ้งออกไป เป็นอันจบไป 1 รอบ แล้วค่อยมาว่ากันใหม่อีกที
ลงทุนง่ายๆ อย่างที่ว่า เลยเกิดวิธีพิสดารอย่างที่เป็นอยู่
จนต้องบอกว่า หากินกันแบบนี้ก็มีด้วย







