posttoday
เสียงเพรียกผู้ลี้ภัย

เสียงเพรียกผู้ลี้ภัย

26 มิถุนายน 2560

น่าจะเป็นเสียงสะท้อนที่นำมาขบคิดทบทวนกันเหมือนกัน ว่าประเทศไทยกับการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยจะทำอย่างไรให้ลงตัว

โดย...มวยแทน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องราวจากวงเสวนาซึ่งจัดโดยเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ ร่วมกับองค์กร Asylum Access Thailand และ Documentary Club Thailand หัวข้อ เปิดสถานการณ์ผู้ลี้ภัยกว่า 40 ชาติในประเทศไทย ซึ่งแต่ละท่านให้ข้อมูลความเห็นไว้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ

เครือข่ายดังกล่าวจัดงานนี้ขึ้นในวันที่ 20 มิ.ย.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันผู้ลี้ภัยโลก 

แค่เปิดหัวเรื่องข้างต้นก็ทำให้คนที่มีมนุษยธรรมและคนที่มีมุมมองต่อบุคคลที่ต้องมาพำนักอาศัยผืนแผ่นดินนี้ หูผึ่งซะแล้ว

ที่แน่ๆ ให้ทราบเบื้องต้นว่า ปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยเข้ามายังประเทศไทยถึง 40 ชาติทีเดียว

เหตุใดทำให้พวกเขาต้องลี้ภัยมาประเทศไทย อยู่อย่างไร และกำลังต้องการอะไร จึงขอบางห้วงบางตอนบนเวทีเสวนามาเล่าสู่กันฟังสักหน่อย

ชวรัตน์ ชวรางกูร ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบาย องค์กร Asylum Access Thailand บอกว่า ประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยในประเทศกว่า 1.2 แสนคน ซึ่งเป็นผู้หนีภัยจากการสู้รบจากประเทศเมียนมากว่า 1.1 แสนคน โดยอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี

ผู้ลี้ภัยจากประเทศปากีสถาน เวียดนาม โซมาเลีย อิรัก ปาเลสไตน์ ซีเรีย และอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ภายนอกศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยกระจายอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกประมาณ 7,400 คน

จำนวนผู้ลี้ภัยได้เพิ่มขึ้นตลอดในระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมาและมีแนวโน้มคงที่ ณ ปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังมีผู้อพยพกลุ่มอื่นๆ ที่หลบหนีเข้ามายังประเทศไทยเพื่อแสวงหาการปกป้องคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นผู้อพยพชาวโรฮีนจา และผู้อพยพชาวอุยกูร์

ศิววงศ์ สุขทวี ผู้แทนเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของผู้ลี้ภัยปี 2494 รวมทั้งประเทศไทยไม่มีกฎหมายและนโยบายในการบริหารจัดการผู้ลี้ภัยประกอบกับการใช้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ปี 2522 เป็นกรอบการดำเนินการหลักในลักษณะของการปราบปรามมากกว่าการปกป้องคุ้มครอง

ด้วยเหตุนี้บ่อยครั้งจึงเป็นเหตุให้ผู้ลี้ภัยถูกจับกุมและถูกกักขังโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา รวมถึงการถูกผลักดันกลับไปเผชิญอันตรายในประเทศบ้านเกิด

อดิศร เกิดมงคล ตัวแทนเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า กรณีที่ประเทศไทยเห็นชอบการจัดตั้งกลไกการคัดกรองผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและผู้ลี้ภัย ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังมีคำถามว่าจะสามารถแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

“เนื่องจากที่ผ่านมา จะเห็นว่าก่อนการออกมติ ครม.ดังกล่าว ไม่มีตัวแทนจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ เข้าไปมีส่วนร่วมในการดูหรือร่วมแสดงความคิดเห็นในกฎหมายนี้เลย”

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างรอการดำเนินการออกกฎหมายและแนวทางในการคัดกรองผู้ลี้ภัยภาครัฐควรพิจารณา ให้มีมาตรการและแนวปฏิบัติระยะสั้นที่จะไม่จับกุมคุมขังกลุ่มผู้ลี้ภัยเปราะบาง

น่าจะเป็นเสียงสะท้อนที่นำมาขบคิดทบทวนกันเหมือนกัน ว่าประเทศไทยกับการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยจะทำอย่างไรให้ลงตัว ภายใต้บทบาทของประเทศที่มีมนุษยธรรม แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิตามกฎหมายของประเทศไทยในการดูแลด้วย และผลักดันผู้ลี้ภัยด้วย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล