
ลดหย่อนภาษีการศึกษา
โดย...เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® กองทุนบัวหลวง
โดย...เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® กองทุนบัวหลวง
สิทธิการลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องที่ผู้ทำงานมีรายได้และอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีคุ้นเคย โดยเฉพาะเงินบริจาคให้องค์กร โดยเฉพาะการบริจาคให้โรงเรียน ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ถือเป็นการบริจาคที่ผู้เสียภาษีให้ความสนใจสูงที่สุด เพราะคุ้มค่าด้านการใช้สิทธิมากที่สุด แต่หลายครั้งที่ผู้บริจาคพบว่ากรมสรรพากรไม่ให้สิทธิลดหย่อน 2 เท่า ทั้งที่เป็นการบริจาคให้กับโรงเรียน
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2559 คณะรัฐมนตรีได้ต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาเพิ่มเติม ทำให้สิทธิการลดหย่อนภาษีดังกล่าวมีผลไปจนถึงสิ้นปี 2561 โดยสาระสำคัญคือการให้สิทธิบุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินแก่สถานศึกษาของราชการและเอกชน โดยไม่รวมโรงเรียนนอกระบบที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร(http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html) สามารถนำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้ทั้งหมดที่ได้รับหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นตามกฎหมายแล้ว
สำหรับบุคคลธรรมดาที่เสียภาษี จะคุ้นเคยกับการนำหลักฐานเงินบริจาคให้สถานศึกษาไปใช้ลดหย่อนภาษีกันเป็นอย่างดี เพราะสามารถใช้ลดหย่อนได้สูงถึง 2 เท่า มากกว่าเงินบริจาคประเภทอื่น แต่ก็มีหลายครั้งที่ภายหลังยื่นภาษีกับกรมสรรพากรแล้ว ปรากฏว่าเงินบริจาคบางครั้งกรมสรรพากรระบุว่าสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เพียง 1 เท่า เพราะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1) บริจาคเป็นเงินได้อย่างเดียว 2) เป็นสถานศึกษาของราชการ หรือองค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโครงการที่กระทรวงศึกษาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ต้องเป็นสถานศึกษาที่มีรายชื่อตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด
3) เป็นการบริจาคที่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา
(1) จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือที่ดินให้แก่สถานศึกษา เพื่อใช้ทางการศึกษา
(2) จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา แบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามที่รมว.กระทรวงการคลังกำหนด
(3) จัดหาครู อาจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเป็นทุนการศึกษา การประดิษฐ์ การพัฒนา การค้นคว้า หรือการวิจัย สำหรับนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
4) มีหลักฐานจากสถานศึกษาที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นการบริจาคเงินตามรายการที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด







