posttoday
ทองคำน่าลงทุน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ทองคำน่าลงทุน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

21 มิถุนายน 2560

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอีก 0.25% สู่กรอบ 1.00-1.25% ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน โดยเฟดยังมองว่า มีโอกาสที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ และมีเป้าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแถวระดับ 1.38% ขณะที่ภาพรวมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่ได้มีความแปลกใหม่ต่อข่าวในตลาด โดยราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นก่อนทราบผลก่อนตลาดด้วยซ้ำไป

แต่การที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังจากที่เฟดมีถ้อยแถลงว่า จะทำการปรับลดยอดงบดุลเพื่อให้เกิดความสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไปในเร็วๆ นี้ หรืออาจเกิดขึ้นเร็วสุดในการประชุมเดือนหน้า ซึ่งประเด็นนี้กลับสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนเอสพีดีอาร์ ที่มีแรงเทขายออกมากว่า 12 ตัน

MTS Gold จึงวิเคราะห์ว่า การปรับลดงบดุลของเฟดจะมีผลกระทบอย่างมากต่อราคาทองคำจริงหรือไม่ ซึ่งภาพรวมในขณะนี้ยอดงบดุลของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นมาแถวระดับ 4.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นเงินที่พอกพูนมาจากการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เมื่อ 5 ปีก่อน นั่นหมายความว่า ณ ขณะนี้เฟดน่าจะมีสภาพคล่องที่ล้นเหลือ และน่าจะปรับลดตัวเลขของคิวอีที่เป็นสภาพคล่องปลอมค่อยๆ ออกจากระบบได้

ประเด็นสำคัญคือการดึงเม็ดเงินออกจากงบประมาณ โดยเฟดก็มีความกังวล และคาดว่าจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปช้าๆ ซึ่งเริ่มจากการปรับลดพันธบัตรจำนวน 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน และ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/เดือนใน MBS หรือรวม 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน หรือจำนวน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐในระยะเวลา 1 ปี โดยมีเป้าประสงค์ที่จะลดให้ได้ประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562

นั่นหมายความว่า การทยอยลดเม็ดเงินออกไปน่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดทองคำมากนัก เพราะเชื่อว่าส่วนหนึ่งไม่ได้อยู่ในตลาดทองคำ อันจะเห็นได้ว่ากองทุนเอสพีดีอาร์ ก็มีการปรับลดลงมาตลอดเมื่อเทียบกับ 4 ปีก่อน โดยเอสพีดีอาร์ลดการถือครองลงมาแล้วเกือบ 50% ณ ขณะนี้ถือครอง 853.68 ตัน

ดังนั้น การปรับลดงบประมาณของเฟดไม่น่าส่งผลกระทบในระยะยาวต่อตลาดทองคำเท่าไหร่นัก ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีมากในคืนวันพฤหัสบดี ได้ส่งผลต่อดัชนีดอลลาร์สหรัฐไปเป็นที่เรียบร้อย และการที่จะกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีจึงไม่น่าส่งผลลบต่อราคาทองคำในขณะนี้อีกเช่นกัน

หรือพอจะสรุปได้ว่า ทองคำได้รับรู้ข่าวร้ายไปเกือบหมดแล้ว อันจะเห็นได้ว่า ในช่วงปลายปีที่แล้วช่วงเดือน ธ.ค. ที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็ส่งผลกระทบแค่ในระยะสั้นๆ เท่านั้นประมาณ 2-3 วัน และจากนั้นก็มีการดีดตัวขึ้นมาโดยตลอดในช่วง 2 สัปดาห์เป็นระยะเวลา 4 เดือน ดังนั้น จึงคาดว่าราคาทองคำน่าจะรับรู้ข่าวร้ายๆ ไปหมดแล้ว

ราคาทองคำมีการสร้างฐานซ้ำอีกครั้งหนึ่งที่ระดับ 1,250 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และถ้าหากภายในวันจันทร์นี้ราคาทองคำไม่หลุดระดับ 1,250 เหรียญสหรัฐลงมา โอกาสที่ราคาทองคำจะดีดกลับขึ้นไปแถวระดับ 1,280 เหรียญสหรัฐจะมีค่อนข้างสูง โดยในระยะสั้น ราคาทองคำน่าจะอยู่ในกรอบ 1,250 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ และ 1,275 เหรียญสหรัฐเป็นแนวต้าน ซึ่งกราฟรายสัปดาห์ ยังเห็นได้ถึงการปรับขึ้นของราคาทองคำอย่างช้าๆ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ณ ขณะนี้ จึงน่าจะเป็นการทยอยเข้าซื้อตามแนวรับสำคัญ และรอขายทำกำไรบริเวณ 1,280 เหรียญสหรัฐ

บริษัท MTS Gold แม่ทองสุก และบริษัท MTS Gold Futures ผู้นำด้านการลงทุนในทองคำและตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย มีการพัฒนาระบบการซื้อขายให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพก้าวทันโลกยุค Digital 4.0 โดยปัจจุบันเรามีโปรแกรมการลงทุนที่สามารถรองรับระบบ Auto Trade พิเศษ! สมัครหรือเปิดบัญชีกับ MTS Gold Futures สามารถเข้าโครงการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2 โครงการฟรี ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.mtstfexwars.com หรือโทร. 02-770-7799

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ