ห่วงอำนาจ

  • วันที่ 15 มิ.ย. 2560 เวลา 11:25 น.

โดย...นาย ป.

กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมาได้ ซื้อขายตำแหน่งในวงการสีกากี ปัญหาย้ายข้ามห้วย หรือย้ายข้ามหัว ในวงการข้าราชการพลเรือน เป็นปัญหาใหญ่ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศจะจัดระเบียบใหม่ถึงขนาดชูธงต้อง “ปฏิรูป” ให้สำเร็จ “บิ๊กตู่” ถึงกับลงมาแก้ด้วยตัวเอง ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นปัญหาที่สั่งสมมายาวนานมาก และมีการนำเสนอแนวทางแก้ไขกันมานานแล้ว แต่ฝ่ายผู้มีอำนาจ หรือข้าราชการฝ่ายการเมือง ไม่เคยคิดจะเอาด้วย แล้วรัฐบาล คสช.ที่อำนาจเบ็ดเสร็จจะกล้าทำหรือไม่ นี่ต่างหากจะแน่จริงหรือเปล่า เพราะแนวทางปฏิรูประบบแต่งตั้งโยกย้าย มีเยอะแยะมากมาย แต่ติดตรงประเด็นปัญหา “ห่วงอำนาจ”

อย่าลืมว่าปัจจุบันอำนาจแต่งตั้งโยกย้าย ปลัดกระทรวง ขึ้นตรงรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ส่วนตำแหน่งอธิบดีกรมต่างๆ ผู้มีอำนาจแต่งตั้งสูงสุด คือ ปลัดกระทรวง แน่นอน รัฐมนตรี ย่อมต้องเลือกบุคคลที่ตัวเองไว้วางใจ และต้องสั่งซ้ายหันขวาหันมาเป็นปลัดกระทรวง เมื่อรัฐมนตรีมีบุญคุณ ปลัดกระทรวงคนนั้นๆ ย่อมต้องสนองทำตามใบสั่ง ไม่งั้นหลุดเก้าอี้

อำนาจขึ้นตรงในการแต่งตั้ง โยกย้าย ปลัดกระทรวง สายตรงรัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรีเป็นคนนำชื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตีตรารับรองให้เป็นปลัดกระทรวง นี่คือปมสำคัญที่ฝ่ายการเมืองย่อมหวงแหนอำนาจต่างหาก และการเลือกใครสักคนขึ้นมาเป็นใหญ่เบอร์ 2 รองจากรัฐมนตรี ที่ผ่านมาไม่ได้เลือกกันตรงผลงาน แต่เลือกกันว่า ใครสายตรงที่สุดของรัฐมนตรี

มาวันนี้จะปฏิรูประบบแต่งตั้งโยกย้าย ทั้งตำรวจ หรือข้าราชการพลเรือน แนวทางหนึ่งที่มีการนำเสนอกันมานาน คือ การตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับชาติที่มีความรู้ความสามารถและสาธารณชนให้ความยอมรับศรัทธา ขึ้นมาชุดหนึ่ง จากนั้นกระทรวง ทบวง กรม ต่างส่งรายชื่อเข้ามาสู่ “ตะกร้ากลาง” ให้คณะกรรมการชุดนี้เลือก

ระบบที่เป็นกันอยู่ รัฐมนตรีจะเด้งหรือตั้งใครก็ได้ตั้งแต่ระดับรองปลัด อธิบดี หรือผู้ตรวจกระทรวง ขึ้นเป็นรองปลัด อธิบดี หรือปลัดกระทรวง สามารถสั่งด้วยปากเปล่า เพียงกระซิบบอกปลัดกระทรวงเท่านั้น แคนดิเดตไม่จำเป็นต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ หรือโชว์ผลงานใดๆ ต่อหน้ารัฐมนตรี

แต่ถ้าระบบใหม่ที่มีการเสนอ คือ เจ้ากระทรวงส่งรายชื่อลงตะกร้ากลางเพื่อให้คณะกรรมการที่เป็นกลางและมีธรรมาภิบาลเลือกรายชื่อดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมต่อผู้เหมาะสม ทั้งลูกหม้อ หรือใครๆ ก็ได้ที่อยากจะย้ายข้ามห้วยเข้ามา ต้องมีผลงานและความสามารถเป็นที่ประจักษ์ โดยอาจเลือกให้เหลือ 3 คน ความสามารถชั้นหัวกะทิ แล้วส่งรายชื่อนั้นให้รัฐมนตรีเลือกเหลือ 1 คน เข้าวินเป็นปลัด หรืออธิบดี

นี่ต่างหากคืออุปสรรคในการปฏิรูประบบราชการเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่ว่าจะอยู่ในวงการไหน ตำรวจ หรือข้าราชการกระทรวงไหน ก็เป็นแบบนี้ เพราะการรื้อระบบอุปถัมภ์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ไม่ว่ารัฐบาลปกติมาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลปฏิวัติรัฐประหารก็ไม่มีใครกล้าทำ สละอำนาจตัวเองกันหรอก!

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ