
"อาเซียน" เนื้อหอม จีน-ญี่ปุ่นแย่งเป็นภาคี
โดย...ทนง ขันทอง กองทุนบัวหลวง
โดย...ทนง ขันทอง กองทุนบัวหลวง
หลังจากที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง จัดประชุมซัมมิตเส้นทางสายไหม ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพียง 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าญี่ปุ่นเร่งเครื่องให้ประเทศที่เป็นสมาชิกเขตการค้าเสรีในแปซิฟิก หรือ Trans-Pacific Partnership (ทีพีพี) ให้เดินหน้าข้อตกลงการค้าเสรีต่อไป ถึงแม้สหรัฐอเมริกาจะไม่เข้าร่วมก็ตาม
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการเข้าร่วมเขตการค้าเสรี “ทีพีพี” แม้ว่าจะเป็นความคิดริเริ่มของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ที่ต้องการแสวงหาพันธมิตรในแปซิฟิก เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า การเงิน และการลงทุน โดยมุ่งสกัดอิทธิพลของจีน ทรัมป์หาเสียงว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของคนอเมริกัน เขาจึงหันหลังให้การค้าเสรี โดยอ้างว่าการเปิดตลาดมากเกินไปทำให้อุตสาหกรรม รวมทั้งแรงงานของสหรัฐได้รับผลกระทบ
สมาชิกของทีพีพี ประกอบด้วย ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ และเวียดนาม
หลังจากทรัมป์ ประธานาธิบดีลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าขอยกเลิกเข้าร่วมทีพีพี ทำให้สหรัฐอเมริกาในตอนนี้อยู่นอกวงทีพีพี เมื่อข้อตกลงการค้าเสรีฉบับนี้เจอเหยียบเบรกอย่างรุนแรง จึงสะดุดไปหมด อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นซึ่งมองจีนเป็นคู่แข่ง จะปล่อยให้เส้นทางสายไหมเดินหน้าโดยตัวเองถูกทิ้งอยู่ข้างหลังไม่ได้
จึงพยายามที่จะปลุกชีพทีพีพี แม้ไม่มีสหรัฐเข้าร่วมวงแล้วก็ตาม โดยญี่ปุ่นเชื่อว่าทรัมป์ซึ่งมีนโยบายกลับไปกลับมาตลอด อาจเปลี่ยนใจทีหลัง หรือรอให้สหรัฐได้รัฐบาลใหม่ แล้วเข้ามาร่วมทีหลังก็ได้
ด้วยเหตุนี้ การประชุมระดับรัฐมนตรีการค้าของกลุ่มประเทศทีพีพีที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นจึงเป็นตัวตั้งตัวตีให้ลงนามข้อตกลง เพื่อรื้อฟื้นทีพีพีให้เดินหน้าต่อไป แม้ว่าทีพีพีที่ปราศจากสหรัฐจะกลายเป็นเขตการค้าเสรีที่อ่อนแอก็ตาม เพราะว่าสหรัฐคือตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวแทนที่เป็นรัฐมนตรีการค้าหรือเศรษฐกิจของประเทศทีพีพียอมลงนาม แต่ก็ไม่มีใครมั่นใจว่าทีพีพีจะเดินหน้าอย่างไร
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ มี 4 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เป็นสมาชิกทีพีพี ส่วนไทยตะขิดตะขวงใจที่จะเข้าร่วมตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะเกรงว่าการเปิดตลาดแบบเสรีสุดขั้วอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมและการค้าของประเทศ รวมทั้งกฎระเบียบต่างๆ ที่ให้
อำนาจแก่บริษัทเหนือกว่ารัฐในด้านสิทธิการฟ้องร้อง ทั้งเวียดนามและมาเลเซียเป็นตัวแปรที่สำคัญของทีพีพี เพราะเดิมทีทั้งสองประเทศนี้กระตือรือร้นพอสมควรที่จะเข้าร่วม เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ที่จะเข้าถึงตลาดสหรัฐ มาวันนี้ไม่มีสหรัฐเป็นสมาชิกแล้ว ถ้าจะให้ทั้งสองประเทศนี้อยู่ต่อไป ก็ต้องมีเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ ตามมา
ทีพีพีจะประชุมกันอีกครั้งในเดือน ก.ค.ที่ญี่ปุ่น ก่อนที่จะหาข้อสรุปใหม่ในเดือน พ.ย. โดยตั้งความหวังว่าสหรัฐจะกลับเข้ามาร่วมทีหลัง รัฐมนตรีการค้าของเวียดนาม Tran Tuan Anh กล่าวว่า ทางกลุ่มทีพีพีจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเชิญให้สหรัฐกลับเข้าเป็นสมาชิกอีกครั้ง
ต้องจับตาดูต่อไปว่า โครงการเส้นทางสายไหมของจีนจะรุดหน้าไปได้มากน้อยเพียงใด โดยที่มีประเทศในกลุ่มอาเซียนเข้าร่วมด้วย แต่มีบางประเทศในอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน ซึ่งเหยียบเรือสองแคมด้วยการเข้าร่วมทีพีพี ซึ่งเป็นคู่แข่งของเส้นทางสายไหม ซึ่งตอนนี้สหรัฐยอมสละให้ญี่ปุ่นขึ้นเป็นผู้นำทีพีพีแทน







