มหามิตรของลุงตู่

วันที่ 03 พ.ค. 2560 เวลา 08:45 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ถือเป็นความเท่สุดๆ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกหูโทรทางไกลฮอตไลน์ถึงลุงตู่ พร้อมกับแจกยาหอม ชื่นชมการบริหารประเทศ กลายเป็นข่าวใหญ่โตกันทั่วเมือง

สำหรับสายตรงจากอเมริกาเกิดขึ้นในคืนวันที่ 30 เม.ย. และจบลงด้วยความม่วนซื่นทั้งสองฝ่าย

ต้นสายปลายเหตุของการโทรศัพท์ข้ามทวีป เกิดจากปัญหาเกาหลีเหนือ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังเร่งสานสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ โดยไม่เพียงแค่ไทย แต่ยังมีการติดต่อไปยังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์

ตามข่าวที่ออกมาก็คือ นอกจากเรื่องเกาหลีเหนือที่พูดกันตอนท้ายๆ แล้ว สิ่งที่เป็นวลีลื่นหูคือประธานาธิบดีทรัมป์ชื่นชมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและสหรัฐ พร้อมกับชื่นชมการบริหารงานของลุงตู่ทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้า

ที่สำคัญก็คือประธานาธิบดีทรัมป์ได้เชิญลุงตู่ไปเยือนวอชิงตันอย่างเป็นทางการเสียด้วย

แต่นั่นแหละ มันก็เป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างมาก

เพราะปกติแล้ว อเมริกา จะไม่ติดต่อมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ หรือมาจากการยึดอำนาจ เรียกได้ว่าไม่ต้อนรับก็ว่าได้ ด้วยลัทธิประชาธิปไตย เสรีนิยมจ๋า ตั้งแต่เก่าก่อน

บรรดาผู้นำที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงยากที่จะได้ไปเยือนอเมริกาได้ ยกเว้นไปผ่านองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ การประชุมร่วมขององค์การสหประชาชาติ ถึงจะมีโอกาสเดินทางไป

ทว่ายุคนี้ พระอาทิตย์ขึ้นอีกทิศ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เป็นใหญ่

อะไรที่เคยทำกัน เป็นอัน Set Zero เลิก ทำใหม่หมด

ก็ขนาดฮอตไลน์สายตรง เชิญไปเยือนอเมริกา

นี่คือสิ่งสำคัญมากกว่าการคุยกันเสียอีก

หากลุงตู่ไปเยือนอเมริกาจริง ก็จะกลายเป็นผู้นำจากการปฏิวัติที่ได้รับการต้อนรับในฐานะแขกเมือง

เท่อย่าบอกใคร ไปเซย์ฮัลโหลกับประธานาธิบดีทรัมป์ถึงถิ่น

ท่าทีล่าสุดก็คือ ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ลุงตู่จะพบกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อไรนั้นเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปพิจารณาก่อน สิ่งที่กำลังดำเนินอยู่มีอะไรจะเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการพบกันของ 2 ฝ่าย

นอกจากนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็มีกำหนดจะมาเยือนภูมิภาคนี้อีกครั้งในช่วงปลายปีด้วย

เท่าที่ดูแล้ว โอกาสที่ลุงตู่จะไปเยือนอเมริกาก็มีมากโข แม่นไม่แม่นก็รอดูเอาแล้วกัน

แต่สิ่งที่น่าคิดตบท้ายก็คือยุคนี้ ไม่ใช่ยุคประชาธิปไตยจ๋า เหมือนแต่ก่อนเก่า เพราะประเทศผู้นำโลกเสรีอย่างอเมริกา ยังเปลี่ยนแปลง กลับทิศกลับทางอย่างที่เห็น

ดังนั้น บรรดาโรดแมปทางการเมืองที่วางไว้ จะเลือกตั้งกันเดือนโน้น เดือนนี้ หากเกิดอาการสะดุดบางปัญหา ก็คงเลิกพูดได้ว่า จะโดนแรงกดดันจากนานาประเทศ ชนิดที่ยากจะรับมือ

เชื่อเถอะ หน้าฉากปากก็ว่าประชาธิปไตย แต่เนื้อแท้ก็คือแต่ละประเทศยึดประโยชน์ของตัวเองเป็นสำคัญ

ยุคทรัมป์คงเป็นประมาณประชาธิปไตยมีก็ดี แต่ถ้าไม่ใช่ก็หยวนๆ ไปได้

เห็นอย่างนี้แล้ว ลุงตู่คงสบายใจ จับมือประธานาธิบดีทรัมป์ได้สะดวกกว่าเดิม

แทงค์กิ้ว...หลายๆ มายเฟรนด์