
ข้าวไม่มีเกาเหลา
กระบวนการยึดทรัพย์ก็คงไม่รวดเร็วทันใจ โดยการสืบและยึดทรัพย์มีอายุความ 10 ปี อนาคตสุดคาดเดา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขามีโอกาสกลับมา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นเรื่องเป็นราวจนได้ สำหรับการยึดทรัพย์นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวและการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐของรัฐบาลในอดีต
หลังจากศาลปกครองชี้ขาดจะไม่มีมาตรการบรรเทาความเสียหายให้กับนักการเมืองบางคนที่ยื่นเรื่องเอาไว้ โดยสิ่งที่ติดตามกันต่อไปก็คือกระบวนการยึดทรัพย์จะเริ่มขึ้นเมื่อใด
การเอาล่อเอาเถิดจึงบังเกิดขึ้น
กรมการค้าต่างประเทศก็ชี้นิ้วไปที่กรมบังคับคดี ส่วนกรมบังคับคดีก็ชี้กลับมายังกรมการค้าต่างประเทศ
เล่นเอางงกันทั้งบาง เอาอย่างไรแน่
สุดท้ายก็กลายเป็นงานแถลงร่วมกันในวันเสาร์ที่ 11 ก.พ. ที่เป็นวันหยุดราชการ
มากันครบหน้า ตั้งแต่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมบังคับคดี
สรุปใจความก็คือ กระบวนการยึดทรัพย์นักการเมืองและข้าราชการรวม 6 ราย ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีการขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท กรมบังคับคดีได้ส่งแบบฟอร์มที่จะต้องกรอกมาให้แล้ว
กรมการค้าต่างประเทศต้องดำเนินการด้านเอกสารให้ครบ จากนั้นจะจัดส่งไปให้กรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการตั้งเรื่องบังคับทางปกครองให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชดเชยค่าเสียหายต่อไป
คำแถลงก็บอกว่าทั้งหมดประสานงานกันตลอด แต่เหตุผลที่ล่าช้า เพราะต่างก็ไม่เคย ไม่มีประสบการณ์ยึดทรัพย์นักการเมืองมาก่อน
ขั้นตอนการทำงานกรมบังคับคดีก็ยืนยัน ตั้งคณะทำงาน มีรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ดูแลสายงานคดีทางแพ่งเป็นประธาน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยกรมการค้าต่างประเทศ ประสานในการยื่นคำขอตั้งสำนวนยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 ราย ไปตั้งแต่ปีก่อน
คดีนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 57 ซึ่งอนุญาตให้นำวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยอนุโลม กระบวนการจะเริ่มจากกรมการค้าต่างประเทศ ยื่นตั้งเรื่องยึดอายัดทรัพย์ พร้อมวางค่าใช้จ่าย และส่งเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะยึด
เท่ากับว่าในขั้นตอนแรก กรมการค้าต่างประเทศต้องเป็นผู้ไปดำเนินการสืบทรัพย์ หาข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 ราย มีทรัพย์สินรายการใดบ้าง และต้องมีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โฉนดที่ดินต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานที่ดิน เป็นต้น มาประกอบการพิจารณา
ถัดจากนั้น กรมบังคับคดีจะพิจารณาคำขอยึดทรัพย์แล้วรายงานต่อศาล เพื่อขออนุญาตขายทรัพย์ซึ่งจะเข้าไปสู่ขั้นตอนการขายทอดตลาด แต่หากรายการทรัพย์สินไม่เพียงพอต่อมูลค่าหนี้ที่ต้องชำระ ก็ต้องว่ากันอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
สรุปแล้วงานนี้ไม่มีเกาเหลา ตั้งโต๊ะจัดการเรื่องข้าวได้ต่อ
แต่กระบวนการยึดทรัพย์ก็คงไม่รวดเร็วทันใจ โดยการสืบและยึดทรัพย์มีอายุความ 10 ปี
อนาคตสุดคาดเดา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขามีโอกาสกลับมา
อะไรที่ว่าแน่ ก็อาจไม่แน่เหมือนกัน







