posttoday
ทิศทางทอง หลังเทศกาลตรุษจีน

ทิศทางทอง หลังเทศกาลตรุษจีน

06 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ราคาทองคำสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ในช่วงที่ตลาดจีนปิดทำการเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่จะออกมาในเชิงบวก อันได้แก่ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน หรือแม้แต่ข้อมูลในส่วนของภาคการผลิต ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ อันจะเห็นได้ว่าราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำค่อยๆ กลับขึ้นยืนเหนือระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และสามารถปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 11 สัปดาห์ได้ที่ระดับ 1,225 เหรียญสหรัฐ โดยประมาณ

ท่ามกลางการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 100 จุดอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 99.23 จุด ซึ่งถือเป็นระดับอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย. หลังจากที่ถ้อยแถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมวาระแรกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ถึงแม้จะมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แต่นักลงทุนกลับผิดหวังกับท่าทีของเฟดที่ลดท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงิน และไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

โดยภาพรวมเชื่อว่าเฟดน่าจะรอดูความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจจากการดำเนินนโยบายทางการเงินของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐที่เพิ่งทำพิธีเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ขณะนี้จะเห็นแต่แนวทางการดำเนินนโยบายเชิงกีดกันทางการค้าและกลุ่มผู้อพยพเท่านั้น โดยปราศจากการรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการปรับลดภาษีและปฏิรูปค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานตามที่ทรัมป์เคยได้ให้สัญญาไว้ จึงสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น

ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวร่วงลงจากระดับ 20,000 จุดลงมาอีกครั้ง ขณะที่กองทุนทองคำเอสพีดีอาร์ (SPDR) น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น โดยในช่วง 2 วันแรกของเดือน ก.พ. SPDR ก็ทำการเข้าถือครองทองคำเพิ่มแล้วทั้งสิ้น 12.15 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 811.22 ตัน

โดยองค์รวมแล้วจะเห็นได้ว่าราคาทองคำจะเป็นไปตามการตัดสินใจของเฟด จึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงหลุดระดับ 100 จุดลงมา ประกอบกับความวุ่นวายจากนโยบายทางการเมืองของประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ไม่สามารถขึ้นมายืนเหนือระดับ 103 จุดได้อีกครั้ง อย่างไรก็ดีจะเห็นถึงความผันผวนของราคาทองคำค่อนข้างมาก ระหว่าง 1,190-1,225 เหรียญสหรัฐ วิเคราะห์ได้ว่า ราคาทองคำยังมีการแกว่งตัวในกรอบทิศทางขาขึ้น

วิเคราะห์เทคนิค

ราคาทองคำขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,218 เหรียญสหรัฐได้ จึงทำให้มีแรงซื้อเข้ามาผลักดันให้ราคาทองคำขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,225 เหรียญสหรัฐ และทำให้ราคาทองคำในระยะสั้นกลับมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยในระยะสั้นจะมีแนวรับที่ 1,200 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ทองคำจะมีระดับราคาเป้าหมายใหม่ 1,232 เหรียญสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นกลยุทธ์ตามทิศทางขาขึ้น และย้ำเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เนื่องจากราคาทองคำยังมีความผันผวนไม่แน่นอนค่อนข้างมาก

สำหรับราคาทองคำของไทยจะเห็นถึงการเคลื่อนตัวในกรอบแคบโดยจะมีแนวรับที่ระดับ 20,000 บาท/บาททองคำ และแนวต้าน 20,300 บาท/บาททองคำ เนื่องจากค่าเงินบาทมีการปรับแข็งค่าอย่างมาก

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ ผู้นำการลงทุนในทองคำอย่างครบวงจร มีบริการข้อมูลข่าวสารและบทวิเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางประกอบการลงทุน สามารถติดตามได้ทุกวันทำการผ่านทาง www.mtsgold.co.th หรือสามารถติดตามได้ผ่านทางช่องทาง Line Official : @mtsgold นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีการพัฒนา Platform เพื่อการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง โดย ณ ขณะนี้ เรามี “MTS MT PRO” ซึ่งเป็นโปรแกรมราคาทองคำ Real Time ที่มาพร้อมด้วย Features สุดล้ำอย่าง “SMART EA” ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น และหากนักลงทุนท่านใดสนใจอยากจะสอบถามข้อมูลบริการหรือทดลองโปรแกรม “MTS MT PRO (DEMO)” สามารถสมัครสมาชิกหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ MTS Gold Call Center : 02-770-7777

ภาพ....เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท