
"ปีระกา 2560" ทองคำขึ้นต่อหรือไม่
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นได้ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 เป็นต้นมา โดยในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค. 2560 ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นไปทำจุดสุงสุดใหม่ในรอบเกือบ 8 สัปดาห์ ที่ระดับ 1,218 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ ก่อนที่จะย่อตัวกลับลงมาทำจุดต่ำสุดในสัปดาห์นี้ที่ระดับ 1,195 เหรียญสหรัฐ จากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ในคืนวันพุธที่มีท่าทีความต้องการจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง โดยตลาดแรงงานมีการจ้างงานที่สมบูรณ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อยังคงปรับตัวขึ้นและมีโอกาสบรรลุเป้าหมาย 2% ที่เฟดกำหนดได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งภาพรวมถึงแม้ราคาทองคำจะมีการแกว่งตัวผันผวนแต่ก็สามารถยืนได้เหนือระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ ในช่วงการซื้อขายช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดทองคำยังคงรอคอยพิธีสาบานตนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 อย่างเป็นทางการในช่วงค่ำวันศุกร์ 20 ม.ค. 2560 นี้
ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่รอคอยว่านายทรัมป์ จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการเงินตามที่ได้ให้สัญญาไว้หรือไม่ รวมทั้งจับตาว่ามีท่าทีการกีดกันนโยบายทางการค้าหรือไม่ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าอื่นๆ รวมไปถึงอาจสร้างความไม่แน่นอนให้ภาพรวมแก่เศรษฐกิจโลกได้ อย่างไรก็ดี ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์มีการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Wall Street Journal โดยมีท่าทีกังวลต่อการแข็งค่าที่มากเกินไปของค่าเงินเหรียญสหรัฐ เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันทางการค้า จึงทำให้ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับอ่อนค่าลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 100.23 จุด จากระดับสูงสุดในสัปดาห์นี้บริเวณ 101.72 จุด
สำหรับรายงานจาก World Gold Council และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจัยที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดทองคำในปี 2560 ที่สำคัญมีด้วยกัน 6 ข้อ คือ 1) ความเสี่ยงทางการเมือง 2) การปรับลดค่าเงินหยวน 3) คาดการณ์ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐที่หากปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องก็จะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของเฟด 4) ความผันผวนในตลาดหุ้น 5) แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชีย และ 6) แนวโน้มการขยายตัวของกลุ่มตลาดเกิดใหม่
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ระดับ 1,215 เหรียญสหรัฐของทองคำถือเป็นจุดแนวต้านสำคัญทางเทคนิค กล่าวคือเป็นระดับ Fibonacci Retracement 50% ซึ่งหมายความว่า หากราคาทองคำขึ้นต่อและไประดับนี้ได้ ก็จะมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 1,232 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับ Fibonacci Retracement 68% นั่นเอง โดยภาพรวม MTS Gold ยังวิเคราะห์ว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นน่าจะยังมีอยู่สูงในช่วงเดือน ก.พ. เนื่องจากโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะมีไม่มากนักในวาระการประชุมที่จะถึงนี้ (31 ม.ค.-1 ก.พ. 2560) รวมทั้งนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ของนายทรัมป์น่าจะยังไม่ได้ส่งผลใดๆ มากนักต่อตลาด จึงวิเคราะห์ในเชิงบวกว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะทะลุระดับ 1,215 เหรียญสหรัฐนั้นน่าจะมีสูงกว่า ขณะที่แนวรับด้านล่างจะอยู่ที่ระดับ 1,195 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นบริเวณที่มีแรงซื้อหนาแน่นที่พอจะรับแรงขายที่เข้ามาได้ อีกประเด็นสำคัญคือ แรงซื้อในระยะสั้นน่าจะช่วยผลักดันราคาทองคำให้เอาชนะแรงขายในระยะปานกลางได้ ดังนั้น จึงวิเคราะห์ว่าราคาทองคำในเดือน ก.พ.น่าจะมีทิศทางขาขึ้นเป็นหลักแต่น่าจะมีการแกว่งตัวอย่างมาก นักลงทุนจึงควรที่จะใช้กลยุทธ์ขายทำกำไรในระยะสั้น เข้าออกเร็วน่าจะมีประโยชน์สูงกว่า สำหรับราคาทองคำของไทยก็จะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 20,100 บาท/บาททองคำ และแนวต้านจะอยู่ที่ระดับ 20,500 บาท/บาททองคำ ซึ่งก็ยังมีอุปสรรคจากการแข็งค่าของเงินบาทที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
บริษัท MTS Gold แม่ทองสุก และบริษัท MTS Gold Futures ผู้นำการลงทุนในทองคำครบวงจร มีการพัฒนาระบบการซื้อขายที่ทันสมัยและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันทางบริษัทมีแพลตฟอร์มใหม่ที่เรียกว่า “MTS MT PRO” ไว้ให้บริการ ซึ่งจะมีองค์ประกอบสำคัญในการดูกราฟราคาทองคำแบบ Real-Time พร้อมด้วย Indicators ต่างๆ ในการติดตามการเคลื่อนไหวของราคาโดยเป็นเครื่องมือเฉพาะที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวก และทำให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์กราฟได้ง่ายขึ้น โดยเรามีโปรแกรม Demo เพื่อให้นักลงทุนได้ทดลองใช้เสมือนจริง







