
ลองกันไหม
มาว่ากันต่อเรื่องช่องว่างรายได้ระหว่างคนรวยคนจน ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำอันดับ 3 ของโลก จากการจัดอันดับล่าสุดของสถาบันเครดิตสวิส
โดย...สันทัด กรณี
มาว่ากันต่อเรื่องช่องว่างรายได้ระหว่างคนรวยคนจน ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำอันดับ 3 ของโลก จากการจัดอันดับล่าสุดของสถาบันเครดิตสวิส
ขณะที่อันดับ 1 ประเทศรัสเซีย เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก คนรวย 1% ครองความมั่งคั่งในประเทศรัสเซียสูงถึง 74.5% อันดับ 2 ประเทศอินเดีย คนรวย 1% ครองความมั่งคั่งในประเทศสูงถึง 58.4%
ในอดีตสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะคนไทยถูกปลูกฝังความเชื่อในเรื่องบุญวาสนา กรรมดีแต่อดีตชาติ เกิดมารวย หรือเกิดมาจนเป็นเรื่องบุญนำกรรมแต่ง
เมื่อสังคมวิวัฒนาการ มีการศึกษาสูงขึ้น องค์ความรู้มีอยู่รอบตัว เริ่มตระหนักว่าการที่เกิดมาจนใช่ว่าจะต้องก้มหน้ารับชะตากรรมแล้วจนไปตลอดชีวิต และได้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ การถูกกีดกัน ขาดโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากร ซึ่งเหล่านี้รัฐจะต้องเป็นผู้กำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วยความเป็นธรรม
เมื่อปล่อยให้ปัญหาทับถม ก็ยิ่งสร้างความเจ็บช้ำ เมื่อมีใครกระตุ้นตอกย้ำ มันก็ขยายกลายเป็นประเด็นเรียกร้องทางการเมือง
ครับ...รัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน ด้วยการดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน จริงจังกับการผลักดันรัฐสวัสดิการให้ทุกคนสามารถเข้าถึง อย่างน้อยเบื้องต้นก็ในเรื่อง โอกาสทางการศึกษา เข้าถึงยาเข้าถึงโอกาสในการได้รับการรักษาพยาบาล
พวกนี้รัฐต้องใช้เงิน ซึ่งก็มาจากภาษี แต่ปรากฏว่าคนที่จ่ายภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยคือบรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ส่วนกลุ่มที่มั่งคั่ง ผู้ประกอบการธุรกิจบางประเภท รัฐไร้ความสามารถที่เอื้อมมือไปจัดการด้านภาษี
ลองไปดูสิครับ เปิดบริษัทตู้มๆ พอปิดงบแจ้งรายได้เพื่อเสียภาษีแจ้งขาดทุนบ้าง กำไรกระจึ๋งนึงบ้าง แต่ชีวิตความเป็นอยู่ราวลอยอยู่บนฟ้า ดังนั้นจะทำอย่างไรจึงสามารถจัดการให้ถูกต้องเป็นธรรม
ครับ...ก็บ่นไป เมื่อกลางปีที่แล้ว นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของโลกราว 300 คน รวมถึงนายอังกุส ดีตัน ศาสตราจารย์ชาวสกอต ผู้คว้ารางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ นายเจฟฟรีย์ แซคส์ จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐ และนายโธมัส พิเก็ตตี ชาวฝรั่งเศส นักเขียนหนังสือขายดีที่สุดคนหนึ่งของโลก
เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกมีการจัดทำกฎกติกาใหม่ทั่วโลกเรื่องการบังคับให้บริษัทเอกชนเปิดเผยข้อมูลเรื่องการจ่ายเงินภาษีให้สาธารณชนของประเทศนั้นๆ ได้ทราบ โดยระบุว่าประเทศที่มีฐานะยากจนเป็นกลุ่มที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากการเลี่ยงจ่ายภาษีของกลุ่มคนร่ำรวย
โดยอ้างผลการวิจัยบ่งชี้ว่าเงิน 12.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถูกคนรวยโยกย้ายออกจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ไปยังอาณาเขตปลอดภาษีในต่างแดนเพื่อเลี่ยงภาษี
ประเทศไทยลองทำดูไหม หรือเอาที่ง่ายๆ เริ่มต้นที่เปิดเผยข้อมูลการเสียภาษีของเจ้าหน้าที่รัฐต่อสาธารณะยิ่งแจ๋ว
ผมสงสัยจริงๆ สงสัยมานาน หลายคนเงินเดือนไม่ถึงแสน เริ่มต้นชีวิตธรรมด๊าธรรมดา แต่ไหงมีทรัพย์สมบัติงอกเป็นร้อยล้าน







