
ขยันผิดเวลา
เวลานี้มานั่งคิดว่าช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมาไม่น่าไปเผลอเปิดหนังสือพิมพ์อ่านข่าวเลย
โดย...หงส์แดง
เวลานี้มานั่งคิดว่าช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมาไม่น่าไปเผลอเปิดหนังสือพิมพ์อ่านข่าวเลย เพราะดันไปเห็นพาดข่าวทำนองว่า “โรดแมปส่อเลื่อน เลือกตั้งกลางปี 2561”
พอเห็นพาดหัวแล้วเข้าไปอ่านข้างในต่อยิ่งหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อ้างข้างๆ คูๆ ถึงเหตุผลที่อาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งคือ การพิจารณากฎหมายจำนวนมาก
ที่มาที่ไปมาจากการให้สัมภาษณ์ของ “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธาน สนช. คนที่ 1 โดยท่านให้ข้อมูลว่าตลอดปี 2560 สนช.มีภารกิจในการพิจารณากฎหมายจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และ ร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้าสภาเพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารราชการแผ่นดิน รวมๆ ทั้งหมด 200 กว่าฉบับทำให้โรดแมปการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมในปี 2560 ต้องถูกเลื่อนออกไป
ไม่เพียงแต่ท่านรองประธาน สนช.เท่านั้นที่ออกมาพูดในลักษณะนี้ เพราะบรรดาสมาชิก สนช.ขาประจำทั้งหลายยืนยันตรงกันว่าด้วยงานที่มีจำนวนมาก อาจมีความจำเป็นที่การเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนดการเดิม
เห็นแบบนี้แล้วอดปลื้มใจไม่ได้จริงๆ ที่ สนช.ผู้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนมีความขยันและเร่งผลิตกฎหมายให้กับประเทศ
แต่เดี๋ยวก่อน...ทำไมถึงจะพึ่งมาขยันอะไรตอนนี้?
เวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมามัวไปทำอะไรกันอยู่ จนกลายเป็นดินพอกหางหมูในปี 2560
สนช.ไม่เหมือนกับสภาปกติที่เราคุ้นเคยกัน กลไกนิติบัญญัติตามปกติกว่าจะอนุมัติกฎหมายได้แต่ละฉบับต้องผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ไม่ใช่สำหรับ สนช. เพราะรวบอำนาจสภาและวุฒิสภาไว้ที่ สนช.ส่วนเดียว เรียกได้ว่า “วันสต็อปเซอร์วิส”
ยิ่งกว่านั้น สนช.ไม่มีพรรคการเมือง จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณากฎหมายเพื่อเอาใจใคร เพียงแค่ยืนบนหลักการเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเท่านั้นก็สามารถยกมือโหวตผ่านได้อย่างสบายๆ
แต่อะไรต่อมิอะไรดูจะบิดเบี้ยวไปเสียทั้งหมด
สนช.อ้างว่าปีนี้จะมีกฎหมายเพื่อการปฏิรูปเข้ามาจำนวนมาก แต่มองให้ลึกลงไป ผู้มีอำนาจออกแบบการปฏิรูปในลักษณะติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
พวกท่านอย่าลืมนะว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ส่งรายงานแผนแม่บทว่าด้วยการปฏิรูปมาให้รัฐบาลมาเป็นปีแล้ว ทีแรกเห็นใช้อำนาจตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขึ้นมา นึกว่าจะทำงานให้สมกับชื่อคือ “ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ”
ทว่า ทำไมทำมา สปท.ติดนิสัยนักการเมืองบางกลุ่มที่กลัวไม่มีผลงาน สปท. จึงไปเริ่มศึกษาเรื่องการปฏิรูปใหม่ตั้งแต่ต้นและส่งไปให้รัฐบาล ถ้าจะเรียกว่าทำงานซ้ำซ้อนกับ สปท.ก็คงไม่ผิด
การคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้นำประเทศเป็นเรื่องสำคัญ พวกท่านบางคนอาจมองว่าเลือกไปก็ได้คนหน้าเดิมๆ เข้ามา ถ้าใครคิดอย่างนั้นขอให้คิดเสียใหม่
พวกท่านได้เวลามามากพอแล้ว มาถึงจุดนี้ต้องจัดลำดับความสำคัญเพื่อให้การเลือกตั้งสามารถเกิดให้ได้ในปีนี้ตามคำมั่นของชายชาติทหารที่ให้ไว้







