
สงครามไซเบอร์
เป็นสงครามที่ต้องจับตาว่า รัฐบาลจะทำอย่างไร สงครามที่ว่า ไม่ใช่การขนรถถัง ดินระเบิด ปืน มายิงใส่กัน แต่เป็น สงครามไซเบอร์ ในสมรภูมิอินเทอร์เน็ต
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นสงครามที่ต้องจับตาว่า รัฐบาลจะทำอย่างไร
สงครามที่ว่า ไม่ใช่การขนรถถัง ดินระเบิด ปืน มายิงใส่กัน แต่เป็น สงครามไซเบอร์ ในสมรภูมิอินเทอร์เน็ต
เว็บไซต์เฟซบุ๊ก พลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ (Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway) นัดระดมกลุ่มคนสังคมออนไลน์ ยกระดับโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.เป็นต้นไป
เหตุผลการระดมพลระบุว่า เกิดจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใช้เสียง 168 เสียงข้างมากผ่าน ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยไม่ฟังเสียงผู้ที่ไม่เห็นด้วยจำนวนกว่า 3.6 แสนคน ที่ลงรายชื่อคัดค้าน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา กลุ่มฯ ร่วมกันต่อต้านในทุกรูปแบบ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงต้องประกาศจุดยืนโจมตีเป้าหมายเว็บไซต์ของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและสาธารณสุข ไม่ให้กระทบต่อเด็กและผู้ป่วย
ความจริงแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ รวมตัวกันโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐและรัฐบาล โดยไม่บอกเป้าหมายล่วงหน้ามาแล้ว ที่ล่มไปช่วงแรกๆ คือเว็บไซต์ กรมการเงินทหารบก
ถัดมาเมื่อวานนี้ 19 ธ.ค. มีความเคลื่อนไหวเข้าโจมตีเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ เว็บไซต์กระทรวงดิจิทัลฯ ใช้งานไม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรี ถูกก่อกวนจนใช้งานได้บางช่วง
และวันนี้ คือการประกาศโจมตีอีกครั้ง
สำหรับการโจมตีทางสงครามไซเบอร์ หลักใหญ่ก็คือมุ่งเป้าโจมตีทำให้ระบบไม่สามารถให้บริการได้ โดยแบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ
วิธีแรกเป็นการโจมตีโครงข่ายหลัก (Network base Attack) โดยโจมตีด้วยขนาด (Volumetric base Attack) ด้วยการส่งข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาลเข้าไปยังเป้าหมายเพื่อทำให้การรับ-ส่งข้อมูลเกิดคอขวด
ผลที่ตามมาก็คือเว็บไซต์นั้นจะล่ม ติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งานทั่วไปไม่ได้ ต้องแก้ไขด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการรับ-ส่งข้อมูลของระบบให้มีขนาดมากกว่าปริมาณข้อมูลที่โจมตีเข้ามายังระบบ
ลักษณะการโจมตีประเภทนี้น่าจะเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
อีกวิธีคือการโจมตีด้วยแอพพลิเคชั่น (Application base Attack) จะส่งข้อมูลเข้าไปในระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ เพื่อมุ่งเน้นให้ระบบหยุดทำงาน เป็นการโจมตีที่อยู่ในระดับสูงกว่าการโจมตีโครงข่าย
ส่วนการแก้ไขจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้ดูแลระบบเพื่อคัดกรอง แยกแยะข้อมูลที่ส่งเข้ามายังระบบ
ปฏิบัติการสงครามไซเบอร์นี้ ศูนย์ไซเบอร์ กองทัพบก (ศซบ.ทบ.) รายงานว่า มีความเคลื่อนไหวมากขึ้นของกลุ่มแฮ็กเกอร์ หรือผู้เข้าไปเจาะระบบข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะที่มาจากต่างประเทศ จึงให้หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวังมาตรการการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
แน่นอนว่า การเปิดสงครามไซเบอร์เป็นสิ่งท้าทายกฎหมาย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทหารเข้ามาดูแลสถานการณ์
แต่ทว่าในโลกไซเบอร์ เป็นโลกไร้พรมแดน สามารถปฏิบัติการผ่านทั้งเครือข่ายภายในและต่างประเทศ ทุกจุดในโลกจึงยากต่อการควบคุม
แม้รัฐบาล ผู้เกี่ยวข้อง จะอธิบายถึงแง่มุมกฎหมายที่กำลังออกมา แต่ทว่าก็ยังหยุดสถานการณ์ไม่ได้
จะเป็นอย่างไรกันต่อไป โปรดติดตามได้นับแต่วันนี้้







