
อย่าหาว่าไม่เตือน !!!
#ไม่ค้านผ่านแน่ๆ กำลังกลายเป็นกระแสที่กำลังเชี่ยวกรากในโซเชียลมีเดีย
โดย...วัยรุ่นเฟรง
#ไม่ค้านผ่านแน่ๆ กำลังกลายเป็นกระแสที่กำลังเชี่ยวกรากในโซเชียลมีเดีย
พลเมืองไซเบอร์กำลังรวมพลังครั้งสำคัญออกมาส่งเสียงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระ 2-3 วันศุกร์นี้
เรียกได้ว่า เป็นด่านสุดท้ายหลังจากที่ สนช.เคยผ่านความเห็นชอบในหลักการวาระแรก และทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หากที่ประชุม สนช.มีมติเห็นชอบในวาระ 3 ก็จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป
ปัญหาอยู่ที่ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับนี้ ถือเป็นหนึ่งในชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล ที่องค์กรภาคประชาชน 6 องค์กร และประชาชน 2.2 หมื่นชื่อ ออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพิจารณาตั้งแต่ปีที่แล้ว
หลายมาตราในร่าง พ.ร.บ.นี้ยังเป็นที่เคลือบแคลงว่าจะสร้างปัญหาและปิดปาก ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ
ไล่มาตั้งแต่มาตรา 14 (2) “การนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน”
เกณฑ์เหล่านี้ตอบยากว่า กรณีไหนที่จะเข้าข่ายความผิดบ้าง สุดท้ายก็เป็นเงื่อนไขนำไปสู่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดความเห็นของประชาชน
เมื่อความผิดที่เกิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนชนวนร้อน อย่างมาตรา 20 ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อทำหน้าที่ขอให้ศาลปิดเว็บที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีที่ถูกถล่มรุนแรงนั้น ล่าสุดทาง กมธ.ได้ปรับแก้ตัดเรื่องคณะกรรมการชุดนี้ออกไปแล้ว
แต่เนื้อหาโดยรวมยังเป็นที่เคลือบแคลงของ “พลเมืองเน็ต” ว่ามีแต่บั่นทอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออกอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งดูผลคะแนนที่ สนช.ลงมติวาระแรก วันที่ 28 เม.ย. 2559 สนช.เห็นชอบด้วยคะแนนเอกฉันท์ 160 เสียง ยิ่งสะท้อนแนวโน้มการลงคะแนนในวาระ 2-3
การลงมติในวันศุกร์นี้จึงเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของ สนช.อันจะส่งผลต่อเสถียรภาพของ คสช.อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
บทเรียนจากเมื่อครั้งพลเมืองเน็ตออกมาทัดทานเรื่อง “ซิงเกิ้ลเกตเวย์” ได้แสดงให้เห็นพลังของคนกลุ่มนี้ จนรัฐต้องยอมยกเลิกความตั้งใจเดิม ย่อมทำให้รัฐบาล คสช. ตลอดจน สนช.ต้องคิดหนักมากขึ้น
แถมล่าสุดมียอดคนที่ร่วมลงชื่อในเว็บไซต์ change.org ขอให้ชะลอร่างกฎหมายนี้ทะลุแสนคน
ที่สำคัญที่สุดต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลในอดีตก็เคยมีจุดจบถึงขั้นยุบสภาเพียงเพราะดึงดันที่ผ่านกฎหมายที่ประชาชนไม่เห็นด้วย จนนำไปสู่การลุกฮือออกมาต่อต้านอย่างไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต







