
FinTech Challenge Program
โดย ปริย เตชะมวลวิทย์ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดย ปริย เตชะมวลวิทย์ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เรื่องของฟินเทค (FinTech) หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนเป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. สนับสนุนและให้ความสำคัญมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์และสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรจะต้องเรียนรู้ ปรับตัว พร้อมรับ และใช้โอกาสจากฟินเทคได้อย่างเหมาะสมครับ
ฟินเทคจะสำเร็จได้นอกจากการมีไอเดียดี ๆ โดน ๆ เพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภคหรือผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากฟินเทคแล้ว กฎเกณฑ์ของทางการต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการนำฟินเทคมาใช้
ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ดำเนินการในเรื่องกฎเกณฑ์ที่เปิดรับฟินเทค ขณะนี้เรามีเกณฑ์การระดมทุนแบบ equity crowdfunding ที่เรียบร้อยพร้อมใช้แล้ว ซึ่งก็เป็นฟินเทครูปแบบหนึ่ง ซึ่งผมหวังว่าในเร็ววันนี้จะมีภาคเอกชนเข้ามาใช้กลไกนี้ระดมทุนจริง นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างศึกษาเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการออกใบอนุญาต ขอบเขตการทำธุรกรรม สำหรับเป็นช่องทางให้ฟินเทครูปแบบอื่น ๆ ได้เข้ามาให้บริการ ในขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการต้องมีระบบความปลอดภัยด้านไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน
นอกจากเรื่องเกณฑ์ ก.ล.ต. ยังทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยจัดเวทีในการสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับฟินเทค (Fintech Forum) และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีโปรเจกต์สำคัญคือการจัดโครงการ “FinTech Challenge” ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ศูนย์ C Asean และชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย
“FinTech Challenge” เป็นเวทีให้ผู้สนใจ เข้ามาร่วมกันคิดผลงานนวัตกรรมด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัย โดยเป้าหมายคือการนำเสนอโครงการที่จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดการเงิน การลงทุน และการประกันภัยได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการรวมทั้งข้อมูลด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ
น่ายินดีนะครับ ที่หลังจากเปิดโครงการและรับสมัครกันไปในเดือนตุลาคม ก็มีผู้สนใจสมัครกันเข้ามาถึง 126 ทีม โดยแบ่งเป็นการนำฟินเทคมาใช้ในตลาดเงิน 36 โครงการ ตลาดทุน 36 โครงการ ประกันภัย 10 โครงการ และด้านอื่น ๆ อีก 44 โครงการ ซึ่งทีมที่สมัครมีทั้งผู้ประกอบธุรกิจ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป เรียกว่าได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวางเลยทีเดียวครับ และตอนนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้สัมภาษณ์คัดเลือกทีมที่เข้ารอบมาแล้ว 22 ทีม โดยพิจารณาจากความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบธุรกิจ
ความเป็นไปได้ในการพัฒนานวัตกรรม และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้งานได้จริง ผู้ที่เข้ามาประกวดกันนั้น แต่ละทีมตั้งใจคิดกันมา และมีความน่าสนใจในมุมที่แตกต่างกัน เรียกว่าทำให้คณะกรรมการต้องพิจารณากันอย่างหนักเลยทีเดียวครับ นวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวดกันก็มีหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับด้านตลาดการเงิน การลงทุน และการประกันภัย เช่น เครื่องมือการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลที่ครอบคลุมไปถึงการให้ความรู้ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการออม การลงทุน การวางแผนทางการเงิน ตามเป้าหมายและข้อจำกัดของแต่ละคน การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคนหรือบริษัทที่ติดต่อทำธุรกรรม บางทีมก็เสนอโครงการการนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้กับบริการต่าง ๆ ให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือเป็นโครงการที่เกี่ยวกับ RegTech (เต็ม ๆ คือ regulatory technology) อย่างการสร้างเครื่องมือสำหรับช่วยภาคเอกชนให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ได้ง่ายขึ้นหรือช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลทำหน้าที่ได้สะดวกขึ้น เป็นต้น นะครับ
ตอนนี้ทั้ง 22 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมา ก็จะได้ไปเข้าร่วมกิจกรรม boot camp ที่ต่างจังหวัดกัน เพื่อที่จะได้รับการพัฒนาถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัยกันอย่างเข้มข้น ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อระวัง ข้อแนะนำ สำหรับฟินเทค รวมทั้งอบรมการจัดทำเวิร์คช็อปเพื่อเสริมทักษะทั้งการนำเสนอและทักษะทางเทคนิคที่จำเป็นสำหรับการทำโครงการนี้ และได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ต้องขอบอกว่าพันธมิตรของโครงการทั้งหมด ร่วมกันจัดเต็มจริง ๆ
สำหรับตัวผมเองนั้น รู้สึกตื่นเต้น และรอชมผลงานต้นแบบที่จะปรากฏโฉมในการแข่งขันรอบสุดท้ายในต้นปีหน้า ขอเอาใจช่วยทุกทีมในการสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศไทยนะครับ
ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ







