
PDG ปันผลสูง PE ต่ำ
โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
PDG ( บริษัท พรอดดิจิ) หุ้นจิ๋วแต่แจ๋วอีกตัวหนึ่ง มีมาร์เก็ตแค็ปเพียง 1 พันกว่าล้านบาท การซื้อขายต่อวันเพียง 4-6 แสนหุ้น ยกเว้นวานนี้ที่สูงถึงกว่า 6 ล้านหุ้น แต่มี story ในการเติบโตดี PE ยังต่ำและปันผลสูง นักวิเคราะห์ของ FSS จึงหยิบยกมาแนะนำโดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.30 บาท อิง PE 15 เท่า ปัจจัยบวกระยะสั้นคือกำไรสุทธิ 4Q16 ที่มีแนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่ จากยอดขายขวดน้ำมันพืชที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลและการเพิ่มสต็อกของ TVO ขณะที่ยอดขายขวดน้ำดื่ม แม้จะเป็น Low Season แต่ก็ดีกว่าทุกปีเพราะเพิ่งได้ลูกค้ารายใหม่ ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นทะลุ 70%
ส่วนแนวโน้มปี 2017-2019 FSS คาดการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ที่ 6% ต่อปี ตามการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยมีโครงการในอนาคตทั้งการขยายธุรกิจไปผลิตหลอดพรีฟอร์มที่มีการแข่งขันต่ำ และการไปเปิดตลาดต่างประเทศเป็นตัวเปิด Upside เมื่อมีความชัดเจน ซึ่งนอกจาก PDG จะมีความน่าสนใจในแนวโน้มผลประกอบการ 4Q16 และการเติบโตที่มั่นคงจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งแล้ว ผลตอบแทนจากเงินปันผลก็อยู่ระดับจูงใจที่ 5-6% ต่อปี
คาดกำไรสุทธิ 4Q16 สร้างสถิติสูงสุดใหม่
จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของยอดขายขวดน้ำมันพืช ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากเทศกาลกินเจ ขณะที่ ราคาน้ำมันปาล์มที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นอีกแรงหนุนที่ทำให้น้ำมันถั่วเหลือขายดีจนสต็อกของกลุ่ม TVO ลดลงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนยอดขายขวดน้ำดื่มที่ปกติจะเป็น Low Season ก็ไม่แย่เหมือนทุกปี เพราะสภาพอากาศยังไม่เข้าฤดูหนาว และ PDG เพิ่งได้ลูกค้าใหม่เพิ่มอีก 1 ราย (คิดเป็นประมาณ 7% ของรายได้ขวดน้ำดื่ม) ซึ่งไปชดเชยกับยอดขายขวดน้ำผลไม้ที่ยังชะลอตัว จึงทำให้คาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 72% จาก 68% ใน 3Q16 และด้วยราคา PET ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักไม่ต่างจาก 3Q16 มากนัก (34 บาทต่อกิโลกรัม) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวที่ 25% จึงเป็นไปได้สูงที่กำไรสุทธิ 4Q16 จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยเบื้องต้นเราคาดไว้ที่ 26-27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 15-17% ทั้ง Q-Q และ Y-Y
ขยายธุรกิจไปผลิตหลอดพรีฟอร์มที่มีการแข่งขันต่ำกว่าธุรกิจเดิม
การขยายธุรกิจไปผลิตหลอดพรีฟอร์มจำหน่ายให้กับผู้ผลิตขวด PET และผู้ผลิตขวดน้ำดื่มที่มีเครื่องเป่าเป็นของตัวเอง เป็นโครงการที่ PDG ระบุไว้ตั้งแต่เข้า MAI ในปี 2014 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงานใน 1Q17 และรับรู้รายได้ใน 4Q17 ใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท (ไม่กระทบโครงสร้างเงินทุนเพราะมีเงินสด ณ 9M16 อยู่ 186 ล้านบาท) ซึ่งการผลิตหลอดพรีฟอร์มเป็นกระบวนการแปลงเม็ดพลาสติกเป็นหลอดก่อนจะไปเป่าขึ้นรูปเป็นขวดบรรจุภัณฑ์
แม้บริษัทที่ผลิตขวดส่วนใหญ่สามารถผลิตพรีฟอร์มได้เองอยู่แล้ว แต่เรามองการขยายธุรกิจของ PDG ครั้งนี้น่าสนใจตรงที่ (1) ตลาดพรีฟอร์มมีผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่บริษัทอื่นไม่ถึง 20 ราย เทียบกับตลาดขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีผู้ผลิตทั้งรายเล็กและใหญ่เกือบ 1,000 ราย (2) มีโอกาสเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยนอกจากเป็นการเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้าแล้ว อาจทำให้ต้นทุนการผลิตของทั้งห่วงโซ่อุปทานลดลงจากการให้ PDG เป็นผู้ผลิตหลอดพรีฟอร์มจำนวนมากให้แทน (3) กระบวนการผลิตที่สั้นลงจะส่งผลดีต่อกระแสเงินสดและสภาพคล่องของกิจการ เบื้องต้นคาดว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิในปี 2018 ที่ 15% และ 10% จากคาดการณเดิม ซึ่งยังไม่รวมอยู่ในประมาณการของเราที่คาดว่ากำไรสุทธิปี 2017-2019 จะโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.30 บาท
นอกจาก PDG จะมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากผลประกอบการ 4Q16 ที่มีแนวโน้มสร้างจุดสูงสุดใหม่แล้ว การขยายธุรกิจใหม่และการเปิดตลาดต่างประเทศ จะทำให้อัตราการเติบโตหลังจากนี้ดูโดดเด่นมากขึ้น จากเดิมที่น่าสนใจเฉพาะผลตอบแทนจากปันผลในระดับ 5-6% ต่อปี เราจึงยังแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.30 บาท อิง PE เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 15 เท่า ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE 2017 เพียง 11.1 เท่า ใกล้เคียงค่าต่ำสุดของ PE ตั้งแต่เข้า MAI ที่ 11.2 เท่า







