posttoday
PDG ปันผลสูง PE ต่ำ

PDG ปันผลสูง PE ต่ำ

29 พฤศจิกายน 2559

โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

โดย จิตรา อมรธรรม  รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

PDG ( บริษัท พรอดดิจิ) หุ้นจิ๋วแต่แจ๋วอีกตัวหนึ่ง มีมาร์เก็ตแค็ปเพียง 1 พันกว่าล้านบาท การซื้อขายต่อวันเพียง 4-6 แสนหุ้น ยกเว้นวานนี้ที่สูงถึงกว่า 6 ล้านหุ้น แต่มี story ในการเติบโตดี PE ยังต่ำและปันผลสูง นักวิเคราะห์ของ FSS จึงหยิบยกมาแนะนำโดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.30 บาท อิง PE 15 เท่า ปัจจัยบวกระยะสั้นคือกำไรสุทธิ 4Q16 ที่มีแนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่ จากยอดขายขวดน้ำมันพืชที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลและการเพิ่มสต็อกของ TVO ขณะที่ยอดขายขวดน้ำดื่ม แม้จะเป็น Low Season แต่ก็ดีกว่าทุกปีเพราะเพิ่งได้ลูกค้ารายใหม่ ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นทะลุ 70%

ส่วนแนวโน้มปี 2017-2019 FSS คาดการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ที่ 6% ต่อปี ตามการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยมีโครงการในอนาคตทั้งการขยายธุรกิจไปผลิตหลอดพรีฟอร์มที่มีการแข่งขันต่ำ และการไปเปิดตลาดต่างประเทศเป็นตัวเปิด Upside เมื่อมีความชัดเจน ซึ่งนอกจาก PDG จะมีความน่าสนใจในแนวโน้มผลประกอบการ 4Q16 และการเติบโตที่มั่นคงจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งแล้ว ผลตอบแทนจากเงินปันผลก็อยู่ระดับจูงใจที่ 5-6% ต่อปี 

คาดกำไรสุทธิ 4Q16 สร้างสถิติสูงสุดใหม่

จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของยอดขายขวดน้ำมันพืช ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากเทศกาลกินเจ ขณะที่ ราคาน้ำมันปาล์มที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นอีกแรงหนุนที่ทำให้น้ำมันถั่วเหลือขายดีจนสต็อกของกลุ่ม TVO ลดลงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนยอดขายขวดน้ำดื่มที่ปกติจะเป็น Low Season ก็ไม่แย่เหมือนทุกปี เพราะสภาพอากาศยังไม่เข้าฤดูหนาว และ PDG เพิ่งได้ลูกค้าใหม่เพิ่มอีก 1 ราย (คิดเป็นประมาณ 7% ของรายได้ขวดน้ำดื่ม) ซึ่งไปชดเชยกับยอดขายขวดน้ำผลไม้ที่ยังชะลอตัว จึงทำให้คาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 72% จาก 68% ใน 3Q16 และด้วยราคา PET ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักไม่ต่างจาก 3Q16 มากนัก (34 บาทต่อกิโลกรัม) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวที่ 25% จึงเป็นไปได้สูงที่กำไรสุทธิ 4Q16 จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยเบื้องต้นเราคาดไว้ที่ 26-27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 15-17% ทั้ง Q-Q และ Y-Y

ขยายธุรกิจไปผลิตหลอดพรีฟอร์มที่มีการแข่งขันต่ำกว่าธุรกิจเดิม

การขยายธุรกิจไปผลิตหลอดพรีฟอร์มจำหน่ายให้กับผู้ผลิตขวด PET และผู้ผลิตขวดน้ำดื่มที่มีเครื่องเป่าเป็นของตัวเอง เป็นโครงการที่ PDG ระบุไว้ตั้งแต่เข้า MAI ในปี 2014 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงานใน 1Q17 และรับรู้รายได้ใน 4Q17 ใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท (ไม่กระทบโครงสร้างเงินทุนเพราะมีเงินสด ณ 9M16 อยู่ 186 ล้านบาท) ซึ่งการผลิตหลอดพรีฟอร์มเป็นกระบวนการแปลงเม็ดพลาสติกเป็นหลอดก่อนจะไปเป่าขึ้นรูปเป็นขวดบรรจุภัณฑ์

แม้บริษัทที่ผลิตขวดส่วนใหญ่สามารถผลิตพรีฟอร์มได้เองอยู่แล้ว แต่เรามองการขยายธุรกิจของ PDG ครั้งนี้น่าสนใจตรงที่ (1) ตลาดพรีฟอร์มมีผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่บริษัทอื่นไม่ถึง 20 ราย เทียบกับตลาดขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีผู้ผลิตทั้งรายเล็กและใหญ่เกือบ 1,000 ราย (2) มีโอกาสเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยนอกจากเป็นการเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้าแล้ว อาจทำให้ต้นทุนการผลิตของทั้งห่วงโซ่อุปทานลดลงจากการให้ PDG เป็นผู้ผลิตหลอดพรีฟอร์มจำนวนมากให้แทน (3) กระบวนการผลิตที่สั้นลงจะส่งผลดีต่อกระแสเงินสดและสภาพคล่องของกิจการ เบื้องต้นคาดว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิในปี 2018 ที่ 15% และ 10% จากคาดการณเดิม ซึ่งยังไม่รวมอยู่ในประมาณการของเราที่คาดว่ากำไรสุทธิปี 2017-2019 จะโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.30 บาท

นอกจาก PDG จะมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากผลประกอบการ 4Q16 ที่มีแนวโน้มสร้างจุดสูงสุดใหม่แล้ว การขยายธุรกิจใหม่และการเปิดตลาดต่างประเทศ จะทำให้อัตราการเติบโตหลังจากนี้ดูโดดเด่นมากขึ้น จากเดิมที่น่าสนใจเฉพาะผลตอบแทนจากปันผลในระดับ 5-6% ต่อปี เราจึงยังแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.30 บาท อิง PE  เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 15 เท่า ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE 2017 เพียง 11.1 เท่า ใกล้เคียงค่าต่ำสุดของ PE ตั้งแต่เข้า MAI ที่ 11.2 เท่า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ