
วิเศษมาจากไหน
“มนุษย์ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมกัน อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” ประโยคนี้เคยได้ยินกันบ้างมั้ยครับ
โดย...ขำ เคืองใจ
“มนุษย์ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมกัน อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” ประโยคนี้เคยได้ยินกันบ้างมั้ยครับ
กฎหมายถือเป็นกฎกติกาบังคับใช้ในสังคมเพื่อให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เมื่อผู้ใดละเมิดหรือฝ่าฝืนต้องได้รับการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
หากไม่นำผู้ฝ่าฝืนเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายยิ่งจะโดนตราหน้าว่าปล่อยปละละเลย “ไหนล่ะกฎหมายบังคับใช้กับทุกคน”
เมื่อคนหนึ่งคนใดฝ่าฝืน ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถกระทำการจัดการใดๆ ได้ สภาพสังคมจะเป็นเช่นไร
ต่อไปต้องมีการอ้าง ในเมื่อคนโน้นทำได้คนนี้ก็ทำได้ ช่างไร้กรอบ ไร้กฎ ไร้ระเบียบ
“ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” จึงถือเป็นมุมมองที่ชาวบ้านร้านตลาดเข้าใจกฎหมายเบื้องต้นซึ่งไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลยครับ
ฉะนั้น การที่อัยการมีคำสั่งฟ้อง ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ
และสั่งให้ดีเอสไอตามจับกุมอดีตเจ้าอาวาสฯ และหญิงคนใกล้ชิดที่ยังหลบหนีเพื่อส่งฟ้องศาล ก็เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่บทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้
ขั้นตอนต่อไป ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ต้องนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องตามที่อัยการสั่งคดี ซึ่งดีเอสไอให้โอกาสมามอบตัวถึงวันที่ 30 พ.ย. 2559 ถ้าล่วงเลยจากเส้นตายนี้จำเป็นต้องนิมนต์หลวงพ่อที่วัดพระธรรมกายเลยทีเดียว
ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ดีเอสไอขอออกหมายจับในคดีเดียวกัน หวังนิมนต์หลวงพ่อมารับทราบข้อหา
แต่ฝ่ายกระบอกเสียงธัมมชโย ออกมาแถลงว่า หลวงพ่ออาพาธ เท้าบวม เท้าดำอะไรทำนองนั้น ขณะเดียวกันศิษยานุศิษย์นำรถแบ็กโฮมาจอดขวาง ปรับสภาพวัดกลายเป็นเขตต้องห้าม โดยมีโล่มนุษย์คอยปกป้องเป็นกำแพงเหล็ก
รอบนี้ พล.ต.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ส่งเสียงเข้มข้นขึ้นในการให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำตัวธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้
“ถามว่าต้องหาบุคคลวิเศษขนาดไหนที่จะไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ได้ในเมื่อไม่มี ดีเอสไอก็ต้องทำ หากไม่ทำก็จะเป็นการแสดงว่ามีคนวิเศษเกิดขึ้น มีการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย”
“หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมยังต้องปฏิบัติกับบุคคลอื่นด้วย หากผู้ต้องหาอื่นหาข้ออ้างแบบนี้ จะตอบกันว่าอย่างไร หากทำกรณีนี้ให้เป็นข้อยกเว้นในกระบวนการยุติธรรมมันก็จะกระทบกับคดีอื่นด้วย”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ครับ
นี่ขนาด พล.อ.ไพบูลย์ ให้ความรู้ด้านกฎหมายด้วยว่า “หากหลวงพ่อมามอบตัวถ้าศาลไม่ให้ประกันตัวก็ต้องสึกเพราะตามกฎหมายประเทศไทยไม่ให้พระเข้าเรือนจำแต่ถ้าให้ประกันตัวคงไม่ต้องสึก”
แหม!!! อุตส่าห์ชี้ช่อง หากมามอบตัวก็อาจได้เป็นผู้วิเศษต่อไปได้สักระยะนะครับ







