
ทองร่วง ได้เวลาซื้อแล้วหรือยัง?
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
ราคาทองคำในสัปดาห์ที่แล้ว นับว่าเป็นสัปดาห์ที่ลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 อย่างรุนแรง และยังเป็นสัปดาห์ที่กองทุน SPDR ขายทองคำออกมาทุกวัน รวมเฉพาะ 5 วันทำการที่ผ่านมาได้ขายทองคำออกมาแล้วกว่า 35.59 ตัน ภาพรวมทั้งเดือนพฤศจิกายนขายทองคำออกไปแล้วกว่า 57.55 ตัน ขณะที่นอกจากกองทุน SPDR แล้ว ยังพบว่ามีกองทุน ETF ทองคำกองอื่นๆได้ขายทองคำออกมาด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้ทั้งทองคำและซิลเวอร์ซึ่งถือว่าเป็นโลหะมีค่านั้นปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอดมา ภาพรวมตลาดทองคำได้วิเคราะห์ว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้มีสูงกว่า 95% แล้ว หรืออาจกล่าวได้ว่าตลาดรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปแล้วด้วยซ้ำไปในด้านของราคา
ซื้อทองได้แล้วหรือยัง?
ผมเองในฐานะนักวิเคราะห์ทองคำของไทย มักได้รับคำถามอยู่เสมอๆจากนักลงทุนทั้งทางวิทยุโทรทัศน์, โทรศัพท์ รวมถึงในสื่อต่างๆ โดยคำถามซ้ำๆที่มักจะเข้ามา คือ “ได้เวลาแล้วหรือยังที่จะซื้อทองคำ?” หรือ “จุดต่ำสุดของทองคำจะอยู่ที่ใด เพื่อจะรอจังหวะเข้าซื้อ?”
ในความเป็นจริงแล้ว ในโลกของการลงทุนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าทองคำเป็นแนวโน้มทิศทางขาลง และเมื่อเป็นแนวโน้มขาลง ก็ค่อนข้างเป็นคำตอบได้ชัดเจนว่าการที่จะรอจังหวะซื้ออย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง เพราะในความเป็นจริงไม่มีนักวิเคราะห์คนไหนในโลกที่จะบอกได้ว่าราคาต่ำสุดอยู่ที่ใด อย่างไรก็ดีในส่วนของการวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางว่าจะเป็นอย่างไรนั้น MTS GOLD แม่ทองสุก สามารถวิเคราะห์และยืนยันกับท่านได้ เพียงแต่ในโลกการลงทุนของจริงนั้น นักลงทุนทุกคนจะต้องเฝ้าติดตามและหาจุดต่ำสุด ซึ่งคำตอบก็มักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว และเมื่อเกิดลักษณะของการกลับตัวขึ้นจริงๆ นักลงทุนก็มักจะบอกว่า “ทำไมไม่บอกก่อน?” นั่นเป็นเพราะว่าในเชิงของการวิเคราะห์ทางเทคนิค จะตอบจุดกลับตัวต่ำสุดได้ก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบต่างๆในเชิงการวิเคราะห์ เพื่อที่จะบอกได้ว่าเกิด Bottom Out หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นราคา หรือ Indicators ประกอบต่างๆที่เราใช้อยู่ สรุปได้ว่า จังหวะในการซื้อ ณ ขณะนี้ ไม่สามารถตอบได้ว่าอยู่ตรงไหนที่เหมาะหรือที่ควร แต่ในทางกลับกัน ก็จะตอบได้ว่าจังหวะที่ดีในการขายเพื่อลงทุนและทำกำไรในทิศทางขาลง พอจะหาได้และพอจะตอบได้ สรุปก็คือการลงทุนที่ถูกต้องต้องเป็นการลงทุนตามแนวโน้ม ไม่ได้ขึ้นกับราคาว่า ณ ขณะนี้ ลงหรือขึ้น ถูกแล้วหรือแพงอยู่ มันไม่ใช่
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,250 เหรียญลงมา ซึ่งทำให้ภาพรวมทางเทคนิคหลุดเป็นแนวโน้มขาลง, ตามมาด้วยการหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ 1,200 เหรียญ ต่อด้วยภาพการเกิด Stop Selling และการที่ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องทำจุดต่ำสุดใหม่ในทุกวัน โดยล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ระดับ 1,172 เหรียญ ก็เป็นการยืนยันว่าภาพทางเทคนิคนั้นเป็นทิศทางขาลง โดยทางเทคนิคแล้ว ราคาทองคำจะมีแนวรับที่สำคัญถัดไปที่ระดับ 1,160 เหรียญ และจะมีแนวรับหลักสำคัญที่ 1,100 เหรียญถ้วน ซึ่งถือว่ายังลึกเกินไปที่จะวิเคราะห์เช่นนั้น ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,200 เหรียญ
สำหรับทองคำของไทย ราคาเริ่มปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 20,000 บาท/บาททองคำ ซึ่งเป็นแนวรับจิตวิทยาเช่นเดียวกัน และทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ระดับ 19,900 บาท/บาททองคำ ในขณะที่ภาพรวมของค่าเงินบาทยังคงมีการอ่อนค่าแต่ว่าช้ากว่าการตกของราคาทองคำ จึงทำให้เมื่อคำนวณภาพรวมแล้ว ราคาทองคำไทยยังเป็นทิศทางขาลงเช่นเดียวกันกับทองคำในตลาดโลก โดยมีแนวรับที่ระดับ 19,700 บาท/บาททองคำ และแนวต้านที่ระดับ 20,150 บาท/บาททองคำ
กลยุทธ์การลงทุนยังเป็นกลยุทธ์ที่จะเล่นเก็งกำไรตามกรอบทิศทางขาลง ตามที่ได้วิเคราะห์ไปก่อนหน้า นักลงทุนที่ยังถือ Long Position ก็ต้องพิจารณาให้ได้ว่าตนเองเป็นนักลงทุนระยะยาวหรือไม่อย่างไร โดยการที่จะเป็นนักลงทุนระยะยาวจริงๆนั้น ท่านจะต้องไม่ใช่ Margin และไม่มีการใช้ Leverage ในการลงทุน มิฉะนั้นแล้วโดยภาพหลักท่านควรเป็นนักลงทุนระยะสั้นเท่านั้น กรณีที่ท่านต้องการซื้อทองคำแท่งเก็บเพื่อลงทุนระยะยาว จึงจำเป็นต้องใช้เงินออมเท่านั้นในการซื้อ และหลักการที่ดีก็คือการทยอยเข้าซื้ออย่างช้าๆตามรอบของการตกแต่ละครั้งในจำนวนที่เท่ากัน หรือที่เราเรียกว่า Dollar Cost Average (DCA) นั่นเอง ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ของการลงทุนจึงยังคงย้ำถึงการที่นักลงทุนจะต้องมีวินัยที่ถูกต้องในการลงทุน ซึ่ง MTS GOLD แม่ทองสุก ได้พยายามแนะนำมาโดยตลอด และการที่นักลงทุนจะต้องพยายามศึกษาและอ่านในบทวิเคราะห์ที่มีอยู่ในเว็บไซต์ของเราคือ www.mtsgold.co.th นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้นักลงทุนสามารถทำความเข้าใจและใช้วิจารณญาณในการลงทุน เพื่อท่านจะสามารถปรับปรุงแนวคิดและหลักการในการลงทุนได้ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถลงทุนในทองคำได้อย่างปลอดภัย แม้จะเป็นทิศทางขาลงท่านก็จะสามารถทำกำไรได้อยู่ดีนั่นเอง







