
ยกแรกเริ่มต้นแล้ว
ยังไม่ทันถึงวันที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในต้นปีหน้า
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ยังไม่ทันถึงวันที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในต้นปีหน้า สงครามก็เริ่มขึ้นแล้วระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก อย่างสหรัฐกับมหาอำนาจอันดับ 2 คือจีน
ครั้งนี้เป็นสงครามน้ำลาย ตอบโต้กันทางน้ำหมึก
แต่นั่นก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งโลก เพราะสหรัฐกับจีน ถือเป็นมวยระดับมหายักษ์ ซูเปอร์เฮฟวีเวต ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ น้ำหนักสูสี พอฟัดพอเหวี่ยง
คงจำกันได้ว่า ระหว่างการหาเสียงของทรัมป์ ประเทศที่ถูกเล่นงานอย่างหนักคือจีน ในข้อหาที่ทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนเกินจริง จนสินค้าของสหรัฐมีปัญหา และอุตสาหกรรมของสหรัฐต่างก็แห่ไปตั้งโรงงานในจีนเพื่อผลิตสินค้าราคาถูกส่งกลับเข้ามา
ทรัมป์ประกาศว่าถ้าเป็นประธานาธิบดี จะจัดการทำให้ค่าเงินหยวนแข็งขึ้น หรือไม่ก็จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 45%
ปรากฏว่า ล่าสุด หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ (Global Times) ที่สนับสนุนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน ได้ลงข่าวทำนอง หากทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน สินค้าของอเมริกาก็จะโดนแบนด้วยเช่นกัน
สหรัฐจะเผชิญกับสภาพการตอบโต้ชนิด tit-for-tats หรือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ตัวอย่างที่ยกขึ้นมา อาทิ เครื่องบินโบอิ้งของสหรัฐ จะถูกแทนด้วยเครื่องบินแอร์บัสของฝรั่งเศส รถยนต์ โทรศัพท์ไอโฟน ถั่วเหลือง ข้าวโพด ที่ Made in USA จะถูกเบรกไม่ให้นำเข้า
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่การค้าบริการอื่นๆ จีนก็จะจัดการ อย่างนักศึกษาจีนที่แต่ละปีจะเดินทางไปเรียนต่อยังสหรัฐจำนวนมาก ต่อไปจีนจะจำกัดจำนวนเสียอย่างนั้น ใครจะทำไม
โกลบอล ไทมส์ ยกเหตุที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน ที่ในปี 2552 สหรัฐขึ้นภาษียางรถยนต์จากประเทศจีน สุดท้ายก็โดนจีนตอบโต้กลับโดยเล่นงานชิ้นส่วนรถยนต์และไก่ที่นำเข้าจากสหรัฐ
ผลสุดท้ายทั้งสหรัฐและจีน บาดเจ็บทั้งคู่
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ยุคประธานาธิบดี บารัก โอบามา สหรัฐไม่เคยที่จะทำสงครามการค้ากับจีนอีก เพราะการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน หรือการกีดกันทางการค้าระหว่างกัน จะทำให้การค้า 2 ประเทศเป็นอัมพาต
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจของทรัมป์ด้วย โดยยกเหตุว่าอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐจะสั่งให้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าได้ไม่เกิน 15% และจำกัดระยะเวลาแค่ 150 วันเท่านั้น ทรัมป์จึงมีอำนาจอะไรจะมาขึ้นภาษีทีเดียว 45% อย่างนี้
ทั้งหมดเป็นการเปิดฉากสงครามน้ำลาย ผ่านทางสื่อของจีน
แต่ว่าไปแล้ว แม้ลีลาท่าทางทำท่าดุเดือดปานใด มันก็คงเหมือนกับการเบิกโรง ก่อนที่งิ้วตัวเอกจะออกมาแสดงเสียมากกว่า
เพราะโน้น พระเอกตัวจริง ทั้งสองฝ่าย เริ่มแต่งองค์ทรงเครื่อง โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง HOT LINE คุยโทรศัพท์สายตรงกับทรัมป์ไปเรียบร้อย
ข่าวที่เผยแพร่ออกมาก็คือทั้งคู่พูดจาฉันมิตร และคาดหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เดินไปข้างหน้าด้วยกัน
ของจริง จึงอยู่ที่ 2 ตัวเอก เป็นการปะทะกันระหว่างมวยปล้ำสไตล์อเมริกัน กับมวยจีนเสี้ยวลิ้มยี่
กองเชียร์ทั้งโลก ต่างเอียงคอรอดูด้วยใจระทึก
ใครจะออกอาวุธและยืนยาวอยู่บนเวทีได้นานกว่ากัน







