
ทรัมป์มาทองคำตกต่ำสุดในรอบปี
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่พลิกล็อกเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา และนอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่พลิกความคาดหมายเป็นอย่างมากคือการที่ราคาทองคำกลับร่วงลงอย่างหนักกว่า 7% ภายในสัปดาห์เดียว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างมากเป็นประวัติการณ์ทำให้ค่าเงินสกุลต่างๆอ่อนค่าลงอย่างหนัก รวมทั้งค่าเงินบาทของไทยเองก็อ่อนค่าลงเช่นเดียวกัน
โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าจนขึ้นมาทดสอบที่ระดับ 35.44 บาท/ดอลลาร์ สำหรับทองคำนั้นมีแรงเทขายอย่างหนักจากกองทุน SPDR โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ขายทองคำออกมาอีก 7.12 ตันภาพรวมตลอดสัปดาห์ขายทองคำออกมาทั้งสิ้น 15.13 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 934.56 ตัน ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างหนักจนไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,219 เหรียญ จากนโยบายต่างๆของนายทรัมป์ ซึ่งทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า TRUMP SHOCK โดยนักลงทุนต่างๆหันเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดพันธบัตรถูกแรงเทขายออกมาอย่างหนัก
นอกจากนี้ราคาทองคำยังถูกกดดันจากข้อมูลการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวของผู้บริโภคสหรัฐที่ประกาศออกมาในคืนวันศุกร์ได้ปรับตัวสูงขึ้น สู่ระดับ 2.7% ช่วยหนุนการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และถ้อยแถลงความคิดเห็นต่างๆของสมาชิกเฟดในสาขาย่อยต่างเริ่มออกมาพูดให้ความเห็นในเชิงบวกต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.
กล่าวโดยสรุปก็คือ เกิดความผันผวนอย่างหนักในตลาดการเงินและการลงทุน รวมมาถึงการลงทุนในตลาดทองคำก็ปรับลดลงอย่างรุนแรงผิดคาดอย่างมาก นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่การวิเคราะห์ต่างๆของนักวิเคราะห์ในระดับโลกนั้นผิดพลาดและไม่ตรงกับความจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้เลย
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากระดับ 1,310 เหรียญ ในช่วงต้นสัปดาห์แล้วก็หลุดมาอยู่ที่ระดับ 1,260 เหรียญในวันศุกร์ จนเข้าตลาด COMEX ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อหลุดระดับ 1,260 เหรียญ และ 1,250 เหรียญ ลงมา ท่ามกลางการปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคยืนยันได้ว่าราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มทิศทางขาลง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งบริเวณ 1,250 เหรียญ ถือเป็นแนวรับสำคัญของนักลงทุนระยะยาว และทองคำทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 5 เดือน ที่ระดับ 1,219 เหรียญในคืนวันศุกร์ โดยถูกแรงเทขายกดดันเข้ามาโดยตลอด แม้แต่แนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,225 เหรียญ เองก็ถูกทะลุลงมาเช่นเดียวกัน ทำให้ทิศทางแนวโน้มของทองคำเป็นขาลงอย่างสมบูรณ์ ทองคำจะมีแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,200 เหรียญ และหากหลุดลงมาจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,180 เหรียญ ตามลำดับ ขณะที่แนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ 1,250 เหรียญ
ปรับกลยุทธ์ ปรับเปลี่ยนพอร์ท เป็น Short Position
นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่นักลงทุนในทองคำจะต้องใช้วินัยในการลงทุนที่เข้มแข็งในการตัดขาดทุนที่เรียกว่า Stop Loss และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดสถานะถือครอง Long Position ลง เพื่อปรับเปลี่ยนให้พอร์ตว่างหรือเป็น Short Position ขอกล่าวย้ำว่าในสภาวะความผันผวนอย่างหนักของราคาทองคำ นักลงทุนจำเป็นที่จะต้องมีวินัยในการลงทุนที่เข้มแข็ง ตัดขาดทุนตั้งแต่ต้นมือโดยการวางคำสั่ง Stop Loss ซึ่งคำสั่ง Stop Loss ถือได้ว่ามีความจำเป็นในโลกการลงทุนปัจจุบัน ยิ่งตัดช้า ยิ่งทำงานลำบาก MTS GOLD แม่ทองสุก ผู้นำการลงทุนในทองคำ ได้ย้ำเน้นมาโดยเสมอก่อนหน้านี้ให้นักลงทุนปรับพอร์ตให้สมดุลและลดการถือครองทองคำลงหลังจากที่ราคาหลุดระดับ 1,280 เหรียญลงมา การที่ราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วรุนแรงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกฝ่าย นักลงทุนเองจึงจำเป็นที่จะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปสู่แนวโน้มทิศทางขาลง
ในท้ายที่สุดนี้ นักลงทุนจำเป็นที่จะต้องติดตามข้อมูลการลงทุนที่ถูกต้องและจะเห็นได้ว่า MTS GOLD แม่ทองสุก เป็นเพื่อนและเป็นมิตรกับนักลงทุนอย่างถูกทางเสมอมา ในการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาและนักลงทุนจะต้องปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้ทันกับสภาวะทองคำที่ผันผวน ที่ปรับลดลงกว่า 1,000 บาท/บาททองคำ ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ขอให้ท่านโชคดีในการลงทุน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจการลงทุนติดต่อได้ที่บริษัท MTS Gold หมายเลขโทรศัพท์ 02-770-7777 หรือเว็บไซต์ www.mtsgold.co.th







