posttoday
กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ใหม่ (จบ)

กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ใหม่ (จบ)

11 พฤศจิกายน 2559

โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

สองตอนที่แล้ว ผมได้เล่าเรื่องการแก้กฎหมายหลักทรัพย์ในส่วนของการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (market misconduct)  ไว้หลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องการปรับปรุงลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับเปิดเผยข้อมูล การใช้ข้อมูลภายในหรือข้อมูลอินไซด์ การสร้างราคาหรือปั่นหุ้น  และการกระทำที่มีผลต่อระบบซื้อขายหลักทรัพย์  ซึ่งในเรื่องของการกระทำอันไม่เป็นธรรมนี้ ยังเหลืออีก

สองเรื่องที่ผมจะมาเล่าต่อในวันนี้ครับ

เรื่องแรก การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เข้าไปในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ อย่างที่ทราบกันนะครับว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นที่ซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนจำนวนมาก ระบบซื้อขายหลักทรัพย์นับเป็นหัวใจของตลาดหลักทรัพย์ จึงต้องน่าเชื่อถือ พร้อมที่จะให้บริการซื้อขายอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หากระบบซื้อขายหลักทรัพย์ล่าช้าหรือหยุดชะงัก ซึ่งอาจจะเกิดจากความตั้งใจหรือความไม่ระมัดระวังของบุคคลใดที่ส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบก็ได้ ตัวอย่างเช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการส่งคำสั่งซื้อขาย (Program Trading) หรือการซื้อขายในลักษณะที่มีความถี่สูง (High Frequency Trading) เป็นต้น พอเกิดเหตุแล้วก็อาจส่งผลกระทบในวงกว้างได้นะครับ อาทิ ทำให้ดัชนีหลักทรัพย์หรือราคาหลักทรัพย์ผันผวน ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ลงทุน และส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยด้วย กฎหมายใหม่จึงกำหนดให้การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เข้าไปในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์จนเป็นเหตุให้ระบบล่าช้าหรือหยุดชะงักเป็นความผิดครับ

เรื่องที่สองคือ การใช้หรือยินยอมให้ใช้บัญชีตัวแทนอำพราง (nominee) ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคารหรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อปกปิดตัวตนของผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ กฎหมายใหม่ก็ได้กำหนดเรื่องนี้เป็นฐานความผิดใหม่ เพื่อที่จะสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ดียิ่งขึ้นครับ

สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายกลุ่มที่สองคือ การเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง (civil penalty) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญเพิ่มเติมที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์ มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกเหนือจากกลไกเดิมที่ใช้กระบวนการลงโทษทางอาญา ซึ่งตรงนี้ต้องขอทำความเข้าใจว่า เรื่อง civil penalty นี้ไม่ใช่เรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งนะครับ แต่เป็นรูปแบบการลงโทษโดยนำมาตรการทางแพ่งมาใช้ลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งมี 5 มาตรการด้วยกัน คือ (1) การชำระค่าปรับทางแพ่ง (monetary penalty) (2) การชดใช้เงินเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด (disgorgement) (3) การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เกิน 5 ปี (4) การห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ไม่เกิน 10 ปี และ (5) การชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบคืนให้กับ ก.ล.ต.

สำหรับความผิดที่สามารถใช้มาตรการทางแพ่งได้  ได้แก่  (1) การกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น การแพร่ข่าวเท็จ การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน และการสร้างราคาหลักทรัพย์ (2) การเปิดเผยข้อมูลเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดข้อความจริงในเอกสารที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน เช่น การตกแต่งงบการเงิน (3) กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย และ (4) การใช้หรือยอมให้ใช้บัญชี nominee ในการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์  ซึ่งเป็นบทบัญญัติใหม่ ตามที่ผมได้เล่าข้างต้น

ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายกลุ่มสุดท้ายก็คือ การแก้ไขเพื่อรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ทำให้การพัฒนาตลาดทุนเป็นไปได้อย่างคล่องตัวนั้น ก็มีด้วยกันหลายด้าน อาทิ การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำทะเบียนและการโอนให้เหมาะสมกับหลักทรัพย์ประเภทใหม่ ๆ  และการกำหนดให้บริษัทต่างประเทศที่มีมาตรฐานคุ้มครองผู้ลงทุนในทำนองเดียวกันกับที่ ก.ล.ต. กำหนด อาจได้รับยกเว้นหรือปฏิบัติเท่าที่เหมาะสมในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การออกหุ้นกู้ และการทำทะเบียนและการโอน เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปก็คือ กฎหมายหลักทรัพย์ใหม่นี้ จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสนับสนุนพัฒนาการต่าง ๆ  นำมาซึ่งความน่าเชื่อถือและการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย โดยท่านสามารถอ่านบทความก่อน ๆ ได้ที่ www.sec.or.th ครับ

ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท