
หยุดป่าเถื่อน
“ผมไม่ได้หนีไปไหน สิ่งที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมต้องขอโทษด้วย” คุ้นๆ ประโยคเหล่านี้ไหมครับ
โดย...ขำ เคืองใจ
“ผมไม่ได้หนีไปไหน สิ่งที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมต้องขอโทษด้วย” คุ้นๆ ประโยคเหล่านี้ไหมครับ
มักได้ยินผ่านการแถลงข่าวของเหล่าศิลปินดาราดัง ไปถึงบุคคลที่อยากสร้างชื่อเสีย จากการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงขัดต่อศีลธรรมความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
สมัยก่อนข้อมูลข่าวสารไม่รวดเร็ว ไม่มีการบันทึกคลิปวิดีโอ ไม่มีการถ่ายทอดสดลงหน้าจอโทรศัพท์มือถือเหมือนยุคนี้
ยุคที่ทุกคนเป็นสื่อมวลชนได้หมด แค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหน้าจอบันทึกเหตุการณ์ก็สามารถชมภาพยนตร์ลุ้นระทึกเลือดท่วมจอ เท่านั้นไม่พอแค่ข้ามคืนเรื่องราวถูกส่งต่อโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศด้วยซ้ำ
แต่ละเหตุการณ์ แต่ละพฤติกรรม ย่อมมีเสียงสะท้อน ผ่านการโพสต์ข้อความ ทั้งถ้อยคำสรรเสริญเยินยอ ทั้งกล่าวหาก่นด่า ทั้งถูกค้นหาโปรไฟล์ตามไล่ล่าประวัติมาประณามต่อ
ยิ่งพบว่าคนที่ถูกขุุดคุ้ยได้รับรางวัล จะเป็น “รางวัลลูกกตัญญูู” ก็ดี “พ่อตัวอย่างแม่ตัวอย่าง” ก็ดี หรือ “คนไทยตัวอย่าง” แม้ไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขาเหล่าท่านมาจากไหนกันบ้าง เนื่องจากไม่ค่อยนิยมชมรายการประเภท จับดาราออกมาประกาศจะเป็นคนดีของสังคมทางจอทีวีดิจิทัลสักเท่าไหร่...(ฮา)
หรือไม่รู้ด้วยซ้ำ ชมรมที่กำหนดรางวัลนี้ผุดมาจากไหนหรือแค่องค์กรอุปโลกน์จัดรางวัลให้ศิลปินคนดังเพื่อสร้างราคาในวงการ
ไม่ว่าจะเป็นรางวัลกำมะลอหรือรางวัลแหกตาแห่งปีก็ตาม ทั้งคนให้และคนรับ สมควรต้องกลับไปทบทวนกันหน่อยมั้ยว่า เราควรฉีดฮอร์โมนคุณธรรมศีลธรรมเข้าไปในร่างกายให้มากกว่านี้
เดี๋ยวนี้ แค่หน้าตาดีมีความสามารถเป็นศิลปินดารากันง่าย ก็อย่างว่าละครับ เขาไม่ได้กำหนดคุณสมบัติถึงการมีศีลธรรม จริยธรรมมาเป็นอันดับแรกๆ อีกอย่างเรื่องพวกนี้อยู่ในจิตใจของมนุษย์แต่ละคน ใครดีก็ดีไป ใครเลวก็เลวบัดซบ จึงไม่ค่อยมีการให้ความสำคัญเท่าไหร่
กรณีพฤติกรรมดาราและพิธีกรเวอร์ชั่น “กราบรถกู” ตามที่สังคมโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์กันตอนนี้ ไม่ใช่รายแรก และไม่ใช่รายเดียวที่มีการนัดหมายแถลงข่าว มีช่างภาพสื่อมวลชนรุมถ่ายทอดสดกดภาพ เพียงเพื่อให้สื่อมวลชนได้ประโยคตามสูตรสำเร็จ “ผมผิดไปแล้ว ผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมขอโทษคร้าบ...” มานำเสนอข่าวในวันรุ่งขึ้น
หากการได้รับชมคลิปวิดีโอต่างๆ ทางโซเชียลกันอย่างตื่นตาตื่นใจไม่ใช่แค่ได้อรรถรส “สะใจจัง มันส์โว้ย ร้องอื้อฮือ” หรือรู้ล่วงหน้าถึงฉากต่อไป เดี๋ยวก็มีรายการดราม่า กราบขอโทษ ขออภัยกันไปเท่านั้น
แต่ควรนำมาขบคิดตั้งคำถามกันดีกว่า ทำไมเหตุการณ์ความรุนแรงถึงเกิดบ่อยขึ้นโดยเฉพาะบุคคลที่มีการศึกษาดีมีใบปริญญาการันตี ยิ่งบุคคลที่อยู่ในวัยเติบโตเป็นอนาคตของชาติ เป็นเพราะมาจากการเสพติดความรุนแรง เกิดการเลียนแบบ หรืออย่างอื่นประกอบด้วย โดยเฉพาะ ...ขาดสติ...
รัฐบาล สถาบันการศึกษา องค์กรสื่อสารมวลชน ควรให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา อบรมในเรื่องศีลธรรมจริยธรรม ชี้ให้เห็นความรุนแรงที่ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างมากกว่าไปกล่าวหาซ้ำเติมโจมตี
อย่าให้สังคมไทยต้องกลายเป็นสังคมป่าเถื่อนไปมากกว่านี้เลยครับ







