posttoday
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกับราคาทองคำ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกับราคาทองคำ

07 พฤศจิกายน 2559

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ตลาดทองคำค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 1,270 เหรียญ ขณะที่ตลาดรับรู้ข่าวที่ว่าเฟดตัดสินใจที่จะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว และนอกจากนั้นกรณีที่นางคลินตันถูก FBI สอบสวนการใช้อีเมลล์ส่วนตัวส่งผลให้โพลล์สนับสนุนนายทรัมป์สูงขึ้น โดยโพลล์ล่าสุดมองว่านายทรัมป์มีคะแนนห่างจากนางคลินตันเพียงเล็กน้อย จากเดิมที่ต่างกันประมาณ 5% เหลือเพียง 2-3% เท่านั้น โดยนโยบายทางการเงินของนายทรัมป์เองมีโอกาสที่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง จึงทำให้นักวิเคราะห์หลายๆสำนักคาดว่าหากนายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯจะส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นอย่างมาก ดังนั้นในสัปดาห์นี้จึงจำเป็นต้องจับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 8 พ.ย.นี้

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราการว่างงานที่ยังทรงตัวอยู่บริเวณ 4.9% รวมถึงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่อยู่ในระดับทรงตัวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ข้อมูลอัตราค่าจ้างมีการปรับตัวสูงขึ้น จึงวิเคราะห์ได้ว่าสภาพตลาดทองคำยังคงอยู่ในสภาวะกดดันจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากที่ทราบผลการเลือกตั้ง กล่าวคือ เฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ประมาน 70% ในเดือนธ.ค.นี้ จึงยังคงประเด็นที่ทำให้การปรับขึ้นของราคาทองคำนั้นยังมีขีดจำกัดอยู่

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นทะลุแนวต้านบริเวณ 1,292 เหรียญขึ้นมา ทำให้ในระยะสั้นราคาทองคำกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ดีทองคำยังมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,310 เหรียญ และ 1,325 เหรียญตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับแนวต้านก่อนที่จะสามารถยืนยันได้ว่าทิศทางราคาทองคำกลับเป็นแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง โดยภาพรวมของ Oscillators และการแกว่งตัวของราคายังคงอยู่ในกรอบระหว่าง 1,290-1,310 เหรียญ ซึงวิเคราะห์ได้ว่าราคาทองคำในระยะสั้นน่าจะยังมีความผันผวนแต่ยังไม่สามารถยืนยันภาพในระยะกลางได้ว่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้น

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกับราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุน

กลยุทธ์หลักยังเป็นการลงทุนระยะสั้น โดยทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นบริเวณแนวต้านสำคัญ และยังวิเคราะห์ว่ามีโอกาสสูงที่ราคาทองคำจะกลับมาอยู่ที่บริเวณ 1,280 เหรียญ จึงแนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรตามกรอบระหว่าง 1,280-1,310 เหรียญ ในลักษณะเปิดสถานะขายหากราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านสำคัญ สำหรับราคาทองคำไทยจะมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 21,600 บาท/บาททองคำ และแนวรับสำคัญที่ระดับ 21,300 บาท/บาททองคำ ขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มทรงตัวบริเวณ 35.00 บาท/ดอลลาร์ และภาพรวมของการบริโภคทองรูปพรรณในประเทศยังอยู่ในสภาวะซบเซา ดังนั้นการลงทุนทองคำแท่งจึงยังคงมีความคึกคักบ้างเป็นช่วงๆ

สำหรับการลงทุนในตลาด Gold Futures และสินค้าใหม่ Gold-D

การลงทุนในตลาด Gold Futures ยังเป็นช่วงรอคอยสินค้าใหม่ “ Gold D ” ที่กำลังจะเปิดตัวหลังจากที่ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องตรงกันว่าน่าจะเป็นผลดีต่อตลาดทองคำและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน จึงเป็นที่คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ Gold D ” จะเป็นสินค้าที่ช่วยให้ตลาด TFEX และตลาด Gold Futures มีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อขายได้ในเดือนพ.ย.นี้

บริษัท MTS GOLD แม่ทองสุกเป็นบริษัทค้าทองคำขนาดใหญ่และมีบริการครบวงจรในการลงทุน Gold Online โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายทองคำแท่ง 99.99% และ 96.5% จึงกล่าวได้ว่าการลงทุนในทองคำจำเป็นต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลในการลงทุนเป็นอย่างมาก โดยบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก มีช่องทางในการติดต่อและให้ความช่วยเหลือกับลูกค้าได้อย่างหลากหลาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจการลงทุนติดต่อ MTS Gold Call Center  : 02-770-7777

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท