มาแล้ว

  • วันที่ 07 พ.ย. 2559 เวลา 09:47 น.

โดย...พะนะท่าน  panathan99@hotmail.com

ถ้าวันนี้ยังอยู่ในบรรยากาศการเมืองยุคม็อบเสื้อสีช่วง 3-6 ปีก่อน คงเต็มไปด้วยม็อบปิดถนนโค่นล้มรัฐบาล การเมืองอยู่ในช่วงอึดอัด ไม่มีทางออก มีแต่ผู้นำม็อบที่คุมทิศทางความเป็นไปของบ้านเมือง

แต่ใครจะคิดว่า ผ่านมาอีกไม่กี่ปีในสถานการณ์ปัจจุบันกับรัฐบาล “บิ๊กตู่” ในยุคเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ผู้นำม็อบทั้งสองฝั่งที่เคยมีอิทธิพล กลับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำซะแล้ว  

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตหัวขบวนเสื้อเหลือง ม็อบพันธมิตร จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ สองผู้ยิ่งใหญ่ชะตาเปลี่ยนผันตกต่ำเข้าคุก

ต้องขอบอกก่อนครับว่า การอยู่ในเรือนจำของทั้งสองไม่ได้เป็นผลคดีการเมืองจากปฏิบัติการชุมนุมขับไล่รัฐบาล

คุกของสนธิเป็นผลจากศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเจ้าตัว 20 ปี คดีทำธุรกิจของบริษัท ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ทำเอกสารเท็จ ค้ำประกันกู้ธนาคารกรุงไทยกว่าพันล้านบาท

คุกของจตุพร เพราะถูกศาลเพิกถอนประกันเจ้าตัวในฐานะจำเลยในคดีก่อการร้าย เดิมทีศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแต่มีเงื่อนไข ห้ามพูดจาปลุกระดมอีก แต่สุดท้ายกลับไปผิดเงื่อนไขซะเอง

คดีส่วนตัวของสนธิ นี่ถือว่าจบแล้วอยู่คุกยาว 20 ปี แต่ก็ยังไม่พ้นวิบากกรรมเพราะยังมีคดีการเมืองจากผลการชุมนุมทั้งการยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน ที่อยู่ระหว่างการสืบพยานอีกหลายคดี

ส่วนคดีการเมืองของจตุพร ก็อีกหลายคดีเช่นกัน หนักๆ คือ คดีก่อการร้ายช่วงยึดราชประสงค์ คดียังพิจารณาอยู่ในศาลอาญา

จตุพรยังมีลุ้นจะได้ออกจากคุกเพราะเป็นแค่การถอนประกันตัว และที่ผ่านมาทนายจตุพรเอง ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวต่อศาลอาญาไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ศาลเห็นว่า ยังไม่มีเหตุใหม่ที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม เลยต้องนอนคุกไปก่อน

ยังไม่รู้ว่าแกนนำ นปช.จะอยู่คุกไปอีกกี่เดือน ก็อยู่ที่ดุลพินิจศาลและสถานการณ์และพฤติกรรมของเจ้าตัวว่า จะไม่ละเมิดเงื่อนไขอีกแล้ว

ความจริงมีคนดังหลายคนติดคุกตอนนี้ ทั้ง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จากความผิดคดีรื้อบาร์เบียร์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คดีแก้แปลงสัญญาสัมปทานดาวเทียม และไม่น่าจะเกิน 1 ปี คาดว่าจะมีการตัดสินคดี ปล่อยโกงจำนำข้าว ชี้ชะตา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ต้องเข้าคุกหรือรอด

ส่วนคดีม็อบปิดถนนของทั้งสองสี ทั้งก่อการร้าย ฆ่าประชาชน น่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะจบที่ศาลฎีกา

นักการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากคดีโดยเฉพาะฝ่ายทักษิณต่างลุ้นกันว่า ใน “สถานการณ์เปลี่ยนผ่านประเทศ” อาจมีการเซตซีโร่ ล้างไพ่คดีทั้งหมดเพื่อสร้างความปรองดอง

นี่จึงเริ่มเห็นเหตุผลที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พยายามนำมากล่าวอ้าง ที่รับรองพฤติกรรมของจตุพรเพื่อให้ศาลปล่อยตัวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์ถึงการสร้างความสามัคคี...จตุพรเองก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สร้างความสามัคคีปรองดอง สลายความขัดแย้งในสังคมให้สำเร็จลุล่วง....”

อนาคตจะเซตซีโร่หรือไม่...ไม่รู้ แต่ผู้รักษากฎหมายกำลังทำหน้าที่ตัดสินอย่างเข้มข้นเพื่อให้กฎหมายกลับมาเป็นหลักให้ทุกฝ่ายยึดถืออย่างเคร่งครัดในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข